click
Table Of Contents
Table Of Contents
Table Of Contents

ปัจจุบันการทำธุรกิจต้องเผชิญกับความท้าทายในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแทรงแซงของเทคโนโลยี พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ตลอดจนคู่แข่งที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทั้งคู่แข่งทางตรงที่นำเสนอสินค้าหรือบริการประเภทเดียวกัน และคู่แข่งทางอ้อมที่เสนอทางเลือกอื่น ๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งส่งผลต่อยอดขาย กำไร และส่วนแบ่งทางการตลาดของธุรกิจ ถือเป็นสิ่งธุรกิจไม่สามารถควบคุมได้  อย่างไรก็ตาม การรับมือกับสถานการณ์นี้ จำเป็นต้องนำกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างการสร้าง Personal Branding เข้ามาสร้างภาพลักษณ์และเอกลักษณ์ให้กับธุรกิจ เพื่อให้ธุรกิจมีความโด่ดเด่น และแตกต่างจากคู่แข่งขัน

ในบทความนี้ Cotactic Media ขอพาทุกท่านมาไขความลับของ Personal Branding กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกที่เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญสู่อนาคต ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถเอาชนะคู่แข่ง สร้างฐานลูกค้า และบรรลุเป้าหมายทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Personal Branding คือ

What is Personal Branding

Personal Branding หรือการสร้างแบรนด์บุคคล คืออะไร?  กลยุทธ์ทางการตลาดที่จะทำการสื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้าว่าการสร้างแบรนด์บุคคลมีภาพลักษณ์ ตัวตน และเอกลักษณ์อย่างไร ผ่านการนำเสนอความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ จุดเด่น และไลฟ์สไตล์บนช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ การร่วมงานอีเวนต์ เป็นต้น เพื่อสร้างการรับรู้ ดึงดูดความสนใจ และสร้างความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้า โดยกุญแจสำคัญคือ ต้องเชื่อมโยงความรู้สึกระหว่างธุรกิจกับลูกค้าให้ได้ สำหรับเป้าหมายของ Personal Branding นั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างการรับรู้ แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานลูกค้าที่เหนียวแน่น สร้างโอกาสทางธุรกิจ ดึงดูดพันธมิตร และต่อยอดความสำเร็จในด้านต่าง ๆ

ขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นในการสร้างแบรนด์บุคคลของ Elon Musk ที่ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของบริษัท Tesla และ SpaceX มีภาพลักษณ์ในการเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนและเป็นนักนวัตกรรมที่กล้าท้าทายเทคโนโลยี ได้สร้าง Personal Branding ผ่านการใช้บัญชีเอกซ์ส่วนตัว เพื่อแชร์ความคิดเห็นและมุมมองในเรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ในฐานะผู้ที่ไม่กลัวที่จะเสี่ยง และมองหาความท้าทายใหม่ ๆ จนทำให้ได้ยอดผู้ติดตามกว่า 159 ล้านคน ภาพลักษณ์และตัวตนที่ชัดเจนนี้ ทำให้ลูกค้าและนักลงทุนมีความมั่นใจที่จะสนับสนุนและลงทุนในบริษัท ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการสร้างแบรนด์บุคคลถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขันทางการตลาด และช่วยให้ธุรกิจสร้างฐานและขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ ให้แก่ธุรกิจได้

ความสำคัญของ Personal Branding

Why is Personal Branding important to your business?

การทำ Personal Branding หรือการสร้างแบรนด์ส่วนตัว เป็นการสร้างจุดเด่นและความแตกต่างให้กับธุรกิจ ซึ่งได้กลายกลยุทธ์สำคัญและธุรกิจไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถสร้างผลประโยชน์ให้ธุรกิจได้ในหลายๆ ด้าน เช่น

1. สร้างความน่าเชื่อถือ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าหรือบริการสักชิ้นในปัจจุบัน กลายเป็นเรื่องที่ยากขึ้น เนื่องจากลูกค้าจะต้องเจอกับตัวเลือกที่หลากหลาย โปรโมชันที่ดึงดูดใจ ล้วนทำให้ลูกค้า “วอกแวกและเกิดความลังเล” ได้ง่าย ซึ่งการทำ Personal Branding จะสร้างโอกาสในการทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในธุรกิจ และเปลี่ยนสถานะจากลูกค้าขาจร กลายเป็นแฟนด้อม ผู้หลงใหล และภักดีต่อธุรกิจ อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญในการสร้างความน่าเชื่อคือ ธุรกิจจะต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มลูกค้า กำหนดจุดยืนของธุรกิจอย่างชัดเจนและสื่อสารอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง

2. เพิ่มยอดขาย

การทำ Personal Branding ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยเพิ่มยอดขาย และผลประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากเมื่อลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและความภักดีกับทางธุรกิจ จะทำให้ธุรกิจมีความโดดเด่น และลูกค้าจะนึกถึงธุรกิจของคุณเป็นอันดับแรก ๆ  ซึ่งทำให้เกิดโอกาสในการขายเพิ่มขึ้น ตลอดจนนำมาซึ่งรายได้ในระยะยาว

3. สร้างการรับรู้ธุรกิจ

กลยุทธ์การทำ Personal Branding มุ่งเน้นไปที่การสร้างภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เปรียบเสมือนการสร้างตัวแทนธุรกิจที่น่าเชื่อถือ ดึงดูดความสนใจและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านช่องทางการสื่อสาร เช่น โฆษณา ประชาสัมพันธ์ กิจกรรมทางการตลาด เนื้อหาทางออนไลน์ เป็นต้น โดยที่ผลลัพธ์ปลายทางที่ได้คือ ธุรกิจสามารถสร้างการรับรู้และนำมาซึ่งการสร้างฐานลูกค้าในอนาคต

4. สร้างให้ธุรกิจมีตัวตน

พื้นฐานของกลยุทธ์ทางการตลาดที่สำคัญคือ การทำ Personal Branding เพื่อให้ธุรกิจมีตัวตนทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์ เนื่องจากในปัจจุบันลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเพียงเพราะคุณภาพสินค้า แต่เขาตัดสินใจซื้อสินค้าจากความน่าเชื่อถือ การรับรู้และการมีตัวตนของธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าธุรกิจทำกลยุทธ์นี้ได้อย่างประสบผลสำเร็จ

5. เพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ

เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางธุรกิจถึงขายสินค้าได้แพงกว่าหรือทำไมลูกค้าถึงจงรักภักดีต่อธุรกิจนั้น ๆ คำตอบส่วนหนึ่งมาจากการทำ Personal Branding ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าธุรกิจ (Brand Value) นั่นเอง ซึ่งไม่ได้วัดจากตัวเลขทางบัญชีหรือรายได้เพียงอย่างเดียว แต่มูลค่าของธุรกิจสามารถวัดได้จากคุณค่าและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างธุรกิจกับลูกค้า โดยสิ่งเหล่านี้จะทำให้ธุรกิจแตกต่างและมีความโดดเด่น ส่งผลให้ธุรกิจสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วิธีสร้าง Personal Branding ให้มีประสิทธิภาพ

How to create effective Personal Branding

หลายคนอาจเข้าใจว่า Personal Branding หรือการสร้างแบรนด์ส่วนตัว เป็นเรื่องยาก ซับซ้อน แต่แท้จริงแล้วสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เข้าใจและนำ 5 ปัจจัยสำคัญเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้

1. กำหนดภาพลักษณ์เฉพาะตัว (Personal Brand)

Personal Brand

การกำหนดภาพลักษณ์เฉพาะตัว (Personal Brand) ธุรกิจจะต้องพิจารณาและดำเนินการผ่าน 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  1. ค้นหาแก่นแท้ของคุณ ในด้านคุณค่า ค่านิยม บุคลิกภาพ ทักษะและความเชี่ยวชาญ รวมทั้งตั้งคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่คุณหลงใหล? อะไรคือสิ่งที่คุณเก่งและทำไมผู้คนถึงควรฟังสิ่งที่คุณพูด ซึ่งคำตอบของคำถามเหล่านี้ จะทำให้ธุรกิจเริ่มเห็นภาพลักษณ์ที่ชัดเจนของตัวเอง
  2. กำหนดเป้าหมาย ให้คุณตอบคำถามว่า “คุณต้องการบรรลุอะไรจาก Personal Branding?” เช่น ต้องการสร้างฐานผู้ติดตาม? ต้องการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ? ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือในฐานะผู้เชี่ยวชาญ? การค้นหาเอกลักษณ์ ภาพลักษณ์ แก่นแท้ของตัวตนและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน จะช่วยให้สามารถวางแผนและพัฒนา รวมทั้งวัดผลการทำ Personal Branding ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ (Online Presence)

เมื่อคุณสามารถระบุตัวตนของคุณและวางเป้าหมายของการทำ Personal Branding เรียบร้อยแล้ว ลำดับถัดไปคุณจะต้องสร้างโปรไฟล์ โดยเลือกช่องทางที่เหมาะสมกับภาพลักษณ์ และกลุ่มเป้าหมายของคุณบนโลกออนไลน์ เช่น

  • Facebook เหมาะสำหรับการแบ่งปันเรื่องราว บทความ วิดีโอ เชื่อมต่อกับเพื่อน ครอบครัว และกลุ่มชุมชน
  • Instagram เน้นภาพ วิดีโอ สตอรี่ เหมาะสำหรับการนำเสนอไลฟ์สไตล์ ผลงานและสร้างแรงบันดาลใจ
  • LinkedIn พื้นที่สำหรับมืออาชีพ สร้างโปรไฟล์ แสดงผลงาน ประสบการณ์ เชื่อมต่อกับผู้เชี่ยวชาญ
  • เว็บไซต์ พื้นที่ส่วนตัวของคุณบนโลกออนไลน์ ควบคุมเนื้อหา ออกแบบและนำเสนอตัวตนของคุณอย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตามสิ่งที่คุณควรทำควบคู่กันไปในขั้นตอนนี้คือ การเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย สำรวจดูว่าพวกเขาเป็นใคร? วัย อาชีพ ความสนใจ พฤติกรรมการออนไลน์ และพวกเขาหล่านั้นต้องการอะไร? ข้อมูล ความรู้ แรงบันดาลใจ หรือสินค้าและบริการ รวมทั้งช่องทางออนไลน์ใดที่พวกเขาใช้บ่อยที่สุด เพื่อให้สามารถออกแบบเนื้อหาที่ตรงใจ และเลือกช่องทางในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. สร้างเครือข่าย (Networking)

การสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์อาจไม่เพียงพอ คุณจำเป็นต้องสร้างเครือข่าย เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่จะช่วยให้คุณได้รู้จักผู้คนในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ได้พัฒนามิตรภาพและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ซึ่งจะทำให้เกิดโอกาสในการขยายธุรกิจ รวมทั้งคุณยังสามารถเรียนรู้จากผู้อื่นผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และมุมมอง ซึ่งจะช่วยให้พัฒนาทักษะและความรู้ใหม่ ๆ

สำหรับวิธีในการสร้างเครือข่าย คุณสามารถเข้าร่วมงานสัมมนา การประชุม เวิร์กชอป หรืองานอีเวนต์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ  เช่น หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจเสื้อผ้าและต้องการสร้างแบรนด์บุคคลให้กลุ่มลูกค้าเห็นว่าคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีความรู้ ความหลงใหลในเรื่องแฟชั่น คุณสามารถเข้าร่วมงาน Bangkok International Fashion Week, Elle Fashion Week เป็นต้น ดังนั้น การมีเครือข่ายที่ดี สุดท้ายแล้วจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงที่ดีให้กับธุรกิจของคุณ

4. สร้างเนื้อหาที่มีคุณค่า (Value)

หลังจากที่สร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ สร้างเครือข่าย พันธมิตรที่ดี ในขั้นตอนต่อไป คุณจะต้องนำสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ ได้ประสบการณ์นำมาส่งมอบให้แก่ลูกค้า ผ่านการแบ่งปันเนื้อหาคอนเทนต์ที่มีคุณค่า ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบการเขียนบทความ การทำไลฟ์สด การทำวีดีโอ พอดแคสต์ เป็นต้น โดยประเภทของคอนเทนต์สามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น การให้ความรู้จากความเชี่ยวชาญของคุณ การแชร์มุมมองประเด็นที่เป็น Current Issue หรือการให้ความบันเทิง ทั้งนี้ กุญแจสำคัญของการสร้างคอนเทนต์เนื้อหาจะต้องมีประโยชน์และน่าสนใจ รวมทั้งต้องสร้างคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการสร้างคอนเทนต์ที่มีคุณค่าถือเป็นกลยุทธ์สำคัญใน Personal Branding ที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมาย และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า

5. มีความจริงใจ (Authentic)

การมีความจริงใจ (Authenticity) ในการสร้างแบรนด์ส่วนบุคคล หมายถึง การแสดงออกถึงตัวตนที่แท้จริงของคุณอย่างตรงไปตรงมาและซื่อสัตย์ โดยไม่พยายามสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ความจริงใจนี้มีความสำคัญเพราะจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าและยังทำให้คุณเป็นที่จดจำในฐานะบุคคลที่น่าเชื่อถือและน่าติดตาม

ตัวอย่างการทำ Personal Branding

ในหัวข้อนี้ จะพาทุกคนมาร่วมวิเคราะห์กลยุทธ์ Personal Branding ของเหล่าคนดังที่ประสบความสำเร็จ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และแนวทางให้นำไปประยุกต์ใช้กับการสร้างแบรนด์บุคคลของคุณ

1. Elon Musk

Elon Musk
Maurizio Pesce from Milan, Italia, CC BY 2.0, via Wikimedia Commons

Elon Musk ประธานกรรมการบริหารของบริษัท  SpaceX และ Tesla ไม่ได้เป็นเพียงนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แต่ยังเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นของบุคคลที่มี Personal Branding ที่แข็งแกร่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในฐานะผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ชัดเจนและผู้บุกเบิกด้านเทคโนโลยีซึ่งได้สร้างแบรนด์บุคคล ผ่านหัวใจสำคัญ 4 ข้อ

  • การสร้างภาพลักษณ์: บุคลิกที่มีความเฉลียวฉลาด และความกล้าหาญ แต่งตัวสบาย ๆ พูดจาสบาย ๆ และไม่กลัวที่จะแสดงความคิดเห็น
  • ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายและสร้างแรงบันดาลใจ: ประกาศว่าจะสร้างอาณานิคมใหม่บนดาวอังคารในอนาคตและการปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์
  • การใช้โซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ: สื่อสารกับผู้ติดตามผ่านช่องทาง X หรือ Twitter เพื่อแชร์ความคิด อัปเดตความคืบหน้าของบริษัทและตอบคำถาม พูดคุยกับผู้ติดตาม
  • การมีส่วนร่วมในกิจกรรม: เข้าร่วมงานอีเวนต์ต่าง ๆ เช่น การเปิดตัวนวัตกรรมและการประชุมเทคโนโลยี
  • การสื่อสารที่ชัดเจนและจริงใจ: แสดงความคิดและสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับมุมมองและความฝัน

อย่างไรก็ตาม Elon Musk มักถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความคิดเห็น และพฤติกรรมที่สุดโต่ง แต่สิ่งเหล่านี้แทบจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อความนิยมของเขาเลย เพราะกลุ่มคนบางกลุ่มเชื่อว่าความย้อนแย้งและสุดโต่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้น่าติดตามมากขึ้น จึงถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการทำ Personal Branding ว่าสิ่งสำคัญคือ คุณจะต้องค้นหาตัวตนที่แท้จริง สื่อสารออกมาอย่างชัดเจน ตรงไปตรงมาและจริงใจ

2. Steve Jobs

Steve Jobs

Ben Stanfield from Washington, DC, USA, CC BY-SA 2.0, via Wikimedia Commons

Steve Jobs  เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งประธาน อดีตประธานบริหารของ Apple จากการเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่ปฏิวัติวงการเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งยังเป็นผู้บุกเบิกด้านการออกแบบ เบื้องหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มาจากการสร้าง   Personal Branding ที่ชาญฉลาดและแข็งแกร่ง ซึ่งดึงดูดผู้คนนับล้านและช่วยให้ Apple   กลายเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีค่าที่สุดในโลก โดยกลยุทธ์หลักของ Steve Jobs ในการสร้าง Personal Branding แบ่งได้ 5 ประเด็นดังนี้

  • การสร้างภาพลักษณ์: กำหนดจุดยืนของบริษัทอย่างชัดเจนคือ การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย สวยงามและล้ำสมัย รวมทั้ง Steve Jobs เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่เฉียบคม สามารถมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น กล้าคิดกล้าทำและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น
  • สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ: Steve Jobs เป็นนักสื่อสารที่มีทักษะการพูดและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนเชื่อในตัวเขา ผ่านภาษาที่เรียบง่ายและอารมณ์ขัน ซึ่งทักษะการสื่อสารช่วยให้สามารถสร้างความภักดีของลูกค้าและสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่น
  • สร้างเรื่องราว: พลังของการเล่าเรื่องราว (Storytelling) ที่เข้มข้น ปลุกใจ สร้างความเชื่อมั่น ช่วยให้  Steve Jobs สามารถเชื่อมต่อกับลูกค้าในด้านอารมณ์ได้ (Emotional Marketing) ซึ่งถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น
  • มุ่งเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์: Steve Jobs เชื่อว่าผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดจะขายตัวเอง จึงมุ่งเน้นไปที่การออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม
  • สร้างประสบการณ์ที่เหนือระดับ: Steve Jobs เชื่อว่าประสบการณ์ของลูกค้ามีบทบาทสำคัญต่อความสำเร็จของ Apple จึงสร้างประสบการณ์การซื้อและการใช้งานที่เหนือระดับสำหรับลูกค้า รวมทั้งร้านจำหน่ายสินค้ายังได้รับการออกแบบมาอย่างสวยงาม พนักงานได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีและบริการลูกค้าก็ยอดเยี่ยม

บทเรียนสำคัญจากการสร้าง Personal Branding ของ Steve Jobs นั้นทำให้เห็นว่าการเชื่อมโยงเอกลักษณ์ของคุณกับสิ่งที่คุณทำ ควรจะสะท้อนถึงตัวตน ค่านิยมและเป้าหมายของคุณ รวมทั้งจงใช้การเล่าเรื่องเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า ในขณะเดียวกันต้องสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการฝึกทักษะการสื่อสาร สุดท้ายถ้าการสื่อสารได้ประสิทธิผลจะทำให้เกิดการสร้างชุมชน (Community) กับผู้คนที่มีความคิด ความเชื่อคล้ายคลึงกัน ซึ่งถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน

3. Oprah Winfrey

Oprah Winfrey

Maryland GovPics, CC BY 2.0, via Wikimedia Commons

Oprah Winfrey นักธุรกิจหญิง  พิธีกรรายการโทรทัศน์  นักแสดง เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก เธอสร้างชื่อเสียงจากรายการทอล์คโชว์ “The Oprah Winfrey Show” ซึ่งออกอากาศยาวนานกว่า 25 ปี กลายเป็นรายการทอล์คโชว์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประวัติศาสตร์โทรทัศน์ และนำพาเธอไปสู่ความสำเร็จในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ส่วนหนึ่งของความสำเร็จของ Oprah นั้นมาจากกลยุทธ์ Personal Branding

  • สร้างตัวตนที่ชัดเจน: Oprah สร้างตัวตนที่ผู้คนสามารถเชื่อมโยงและรู้สึกเข้าใจเธอได้ ผ่านการเล่าเรื่องราวชีวิตส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องความยากลำบากและความสำเร็จ สิ่งนี้ทำให้คนฟังรู้สึกใกล้ชิดและเกิดความเชื่อถือ
  • สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ: Oprah มีความสามารถในการสื่อสาร เล่าเรื่องราวได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ผู้ฟังอยากฟังและจดจ่อกับสิ่งที่พูด
  • สร้างแรงบันดาลใจ: แชร์เรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ ด้วยการแบ่งปันบทเรียนชีวิต และกระตุ้นให้คนฟังไล่ตามความฝัน สิ่งนี้ทำให้คนฟังรู้สึกมีพลังและมองโลกในแง่ดี
  • รักษาความสม่ำเสมอ: การสื่อสารกับคนฟังอย่างสม่ำเสมอทั้งในแง่ของเนื้อหาและการออกงานต่าง ๆ เช่น รายการทอล์คโชว์ ทำให้เกิดการจดจำ ขยายฐานผู้ติดตาม

การทำ Personal Branding ของ Oprah Winfrey ส่งผลดีให้เธอกลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียงและทรงอิทธิพลที่สุด จากการเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ให้แรงบันดาลใจกับผู้หญิงทั่วโลก

สรุป

Personal Branding หรือ การสร้างแบรนด์บุคคล คือ กลยุทธ์ทางการตลาดที่สื่อสารไปยังกลุ่มลูกค้า และกลุ่มเป้าหมายถึงภาพลักษณ์ เอกลักษณ์ ตัวตน ความเชี่ยวชาญและไลฟ์สไตล์ของของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ โดยสื่อสารไปยังช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ซึ่งผลลัพธ์ปลายทางที่ได้คือลูกค้าจะเชื่อมั่นในตัวสินค้าและธุรกิจ เพิ่มยอดขาย สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และขับเคลื่อนธุรกิจให้เดินหน้าสู่ความสำเร็จในระยะยาว

สนใจปรึกษา Cotactic

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ยังไม่มีทีมการตลาด หรือเป็นนักการตลาดที่ต้องการผู้ช่วยทำโฆษณาให้ติดตลาดออนไลน์ ไม่อยากสูญเงินเปล่าให้แพลตฟอร์มโฆษณาจากการลองผิดลองถูกเองแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ลองให้ Cotactic Media บริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์กว่า 8 ปี คอยเป็นผู้ช่วยคุณเพิ่มความมั่นใจในทุกความท้าทายทางธุรกิจ เราพร้อมให้คำปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดและสร้างยอดขายไปพร้อมกัน ช่วยคุณต่อสู้กับคู่แข่งในแบบฉบับของคุณ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้แบรนด์คุณเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ติดต่อขอรับคำปรึกษากลยุทธ์การตลาดออนไลน์กับ Cotactic ได้ก่อนตัดสินใจรับบริการ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้เรารับทราบโจทย์ของคุณ คลิกที่นี่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 065 095 9544

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


Phone: 065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic

Line: @cotactic

——————————————————————–

Source

บทความที่เกี่ยวข้อง

Withholding Tax สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำคัญยังไง?

Withholding Tax คืออะไร? สรุปครบทุกประเด็นของภาษีหัก ณ ที่จ่าย

Business Model Canvas รู้จักวางแผนธุรกิจให้ชัดเจน

Business Model Canvas คืออะไร? สรุปวิธีวางแผนธุรกิจให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

ต้องการหาทีม DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการหาทีม
DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ให้ Cotactic เป็นที่ปรึกษาดูแลธุรกิจ

เหมือนทีมส่วนตัวของคุณ

ลงทะเบียนให้เราติดต่อกลับ เพื่อแนะนำกลยุทธ์อิงประสบการณ์จริงจากการทำ

Digital Marketing ตลอด 9 ปี

ลูกค้าพูดถึงเราอย่างไร:

Jetts Fitness

Jetts Fitness

ทีม Cotactic มืออาชีพ อัปเดตสม่ำเสมอ แก้ปัญหาไว ให้คำแนะนำด้านการตลาดยอดเยี่ยม

LH Bank

LH Bank

ทีมช่วยเหลือเร็ว ให้คำแนะนำดี บริหารสื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพ แนะนำมากค่ะ

Chubb Life

Chubb Life

ทีมเข้าใจธุรกิจดี ให้คำปรึกษาตรงจุด ตอบเร็ว งานไว ทำงานด้วยแล้วอุ่นใจมาก

APRTECH

APRTECH

ร่วมงานหลายปี ทีมมืออาชีพ ตั้งเป้า-วัดผลชัดเจน ให้กลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ได้จริง

Siamchai Tent

Siamchai Tent

ใช้บริการมา 5 ปี ประทับใจทุกอย่างดูแลทุกรายละเอียด ทีมศึกษา เข้าใจบริษัทเป็นอย่างดีค่ะ

เริ่มต้นพูดคุยกับทีมของเรา