click
Table Of Contents
Table Of Contents
Table Of Contents

คอนเทนต์ที่พบเห็นในทุกวันนี้มีไม่น้อยที่เขียนเพื่อให้ทันกระแส เน้นเทรนด์ดังที่กำลังเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามคอนเทนต์ประเภทนี้มักจมหายไปในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะการเขียนคอนเทนต์เน้นกระแสสังคมเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจเพียงชั่วครู่ แต่หากต้องการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ไม่หมดความนิยมเมื่อเวลาผ่านไป ต้องทำความรู้จักกับ Evergreen Content ซึ่งมีลักษณะที่คงความสดใหม่ไว้ได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะอ่านกี่ครั้งก็ตาม ตรงตามชื่อ Evergreen ที่แปลว่า ‘เขียวชอุ่มอยู่เสมอ’ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ให้ขึ้นอยู่ในหน้าแรกของ Search Engine โดยเลือกคีย์เวิร์ดและคอนเทนต์ดี ๆ มีข้อมูลที่ถูกต้อง อ่านเข้าใจง่าย เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างบทความที่มีคุณค่าและมีประโยชน์ต่อผู้อ่าน แล้วข้อควรรู้เกี่ยวกับ Evergreen Content มีอะไรบ้างนั้น ตามมาอ่านกันได้เลย

Evergreen Content คือ

Image2

Evergreen Content คือการเขียนคอนเทนต์ที่ไม่มีวันตกยุค ไม่เน้นความเป็นกระแส แต่เป็นเนื้อหาที่มีคุณค่าไม่ถูกลืมเลือนตามกาลเวลา ลักษณะของ Evergreen Content เป็นคอนเทนต์เชิงความรู้ บอกข้อเท็จจริง การอธิบายความหมาย ผลการศึกษา ขั้นตอนหรือวิธีการ จึงเปรียบเสมือนคลังความรู้ที่เก็บไว้อ่านเมื่อใดก็ได้  โดยกว่าจะมีคอนเทนต์แบบ Evergreen Content ต้องผ่านการค้นคว้าอย่างละเอียดเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำและใช้เวลาศึกษาเนื้อหาพอสมควร Evergreen Content มีรูปแบบที่นิยมใช้ 8 รูปแบบ ดังนี้

รูปแบบของ Evergreen Content ที่นิยมใช้

1. How-to guide or tutorial

Evergreen Content แบบแรกเป็นแบบ How to guide หรือ Tutorial หรือก็คือการนำเสนอวิธีการหรือขั้นตอนสำหรับทำบางสิ่ง มีวิธีสังเกตได้จาก Keyword เช่น วิธี, ขั้นตอน, เทคนิค, เคล็ดลับ ตัวอย่างเช่น วิธีเลือกเต็นท์สำหรับค้างแรมในป่า, เทคนิคการหมักหมูให้นุ่ม, การเช็ดกระจกให้เงาใส ทำอย่างไรได้บ้าง, 4 เคล็ดลับ การทำ Infographic ให้น่าสนใจ

2. FAQ

FAQ (Frequently Asked Questions) คือคอนเทนต์ที่เขียนขึ้นเพื่อตอบคำถามที่ผู้คนมักสงสัย เช่น ทำไมดื่มนมแล้วท้องเสีย, ทำไมเป็นประจำเดือนแล้วปวดหลัง เป็นต้น แม้เวลาผ่านไปนานแล้ว แต่คำถามหลายคำถามยังคงมีคนสงสัยอยู่ตลอด การทำคอนเทนต์ประเภทนี้จึงช่วยดึงให้คนเข้ามาอ่านเนื้อหาของเราได้บ่อยครั้ง

3. Guide

Guide หรือการแนะนำให้ผู้อ่านทำตาม เป็นแนวทางให้มองเห็นภาพได้ง่ายขึ้น เช่น การฝึกพูดภาษาอังกฤษให้ได้ภายใน 3 เดือน, อยากลดน้ำหนักได้ไว ๆ ต้อง 5 วิธีนี้ ! เป็นต้น เป็นการแนะนำที่เจาะจงแค่หัวข้อเฉพาะเรื่อง

4. Listicle

Listicle มีลักษณะการรวบรวมหรือเช็กลิสต์ต่าง ๆ โดยจะต้องมีตัวเลขแสดงจำนวนที่ชัดเจน การเช็กลิสต์ทำให้ผู้อ่านสนใจเข้าดูเว็บไซต์เพราะสะดวกเมื่อต้องการหาข้อมูลหลายอย่างพร้อมกันหรือต้องการเปรียบเทียบข้อมูลแต่ละที่ เช่น 10 สุดยอดสวนสนุกระดับโลกในเอเชีย, 30 คำศัพท์การตลาดออนไลน์ยอดนิยม เป็นต้น

5. Expert interview

การสัมภาษณ์จากผู้เชี่ยวชาญเป็นวิธีที่เพิ่มความน่าเชื่อถือให้คอนเทนต์ของเราได้วิธีหนึ่ง เพราะเนื้อหาบางเรื่องต้องการข้อมูลเชิงลึก เมื่อสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญจึงถือเป็นการถ่ายทอดข้อเท็จจริงและอาจได้รับมุมมองใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้อ่าน

6. Case study

Case study คือกรณีศึกษาที่เป็นการเล่าเรื่องของผู้ที่ผ่านการทำบางสิ่งด้วยตัวเองแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ เป็นคอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ต้องการประสบความสำเร็จบ้าง เช่น การบอกเล่าวิธีลดน้ำหนัก 2 กิโลกรัมภายใน 1 สัปดาห์ ซึ่งมีเนื้อหากล่าวถึงกิจวัตรของผู้เล่า รวมทั้งความลำบากระหว่างลดน้ำหนัก สร้างแรงกระตุ้นให้รู้สึกอยากทำตามได้

7. Resource library

Evergreen Content คือคอนเทนต์ที่รวบรวมข้อมูลที่ทรงคุณค่าไว้ในแต่ละคอนเทนต์ จากการค้นคว้าอย่างละเอียดจนได้สรุปมาเป็นเนื้อหาที่อัดแน่นด้วยความรู้จนเหมือนเป็นห้องสมุดแห่งหนึ่ง Evergreen Content รูปแบบอื่น ๆ ก็เชื่อมโยงกับ Resourse library ในแง่ของการมีเนื้อหาเข้มข้นเช่นกัน

8. Infographic

Infographic เป็นการนำเสนอข้อมูลที่มีกราฟิกเพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น คอนเทนต์หลายแบบก็มักทำเนื้อหาให้ออกมาในรูปแบบ Infographic ประกอบไปด้วยรูปภาพ สีสัน ภาพกราฟิก ทำให้ย่อยข้อมูลได้ง่ายและสะดวก

ประโยชน์ของ Evergreen Content

Image4

หลังจากรู้ความหมายและประเภทของ Evergreen Content ไปแล้ว คราวนี้มาดูประโยชน์ของ Evergreen Content ที่จะช่วยเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมั่นคงกันบ้าง

1. สร้างการเข้าถึงได้ในระยะยาว

รูปแบบของ Evergreen Content ไม่ได้ปรับไปตามกระแสของโลกที่ทุกวันนี้อะไรก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แต่เป็นเนื้อหาเชิงความรู้ที่ตอบโจทย์ผู้อ่านได้เสมอแม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม แม้ไม่ปรับแก้เนื้อหาบ่อยก็สามารถดึงดูดให้ผู้อ่านเข้ามาอ่านในเว็บไซต์ได้ในระยะยาว

2. เพิ่มโอกาสในการแชร์เนื้อหา

เนื่องจาก Evergreen Content เป็นเนื้อหาที่เน้นสาระความรู้ จึงมีความน่าเชื่อถือ ไม่แปลกที่ผู้อ่านจะแชร์เนื้อหาคอนเทนต์ไปยังช่องทางอื่น ๆ เช่น Facebook, Line และอื่น ๆ เป็นการเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ไปอีกทาง

3. เพิ่มโอกาสในการเกิด Backlink

ยิ่งเนื้อหาคอนเทนต์มีคุณภาพมากเท่าใด ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะได้รับ Backlink จากเว็บไซต์อื่นที่มีความเกี่ยวข้องกัน ส่งผลต่อการทำ SEO เพิ่มระดับการการถูกจัดให้อยู่หน้าแรกของ Google Search อีกด้วย

4. การเข้าชมที่มั่นคง

Evergreen Content เป็นคอนเทนต์ที่มีความสดใหม่อยู่ตลอด จึงได้รับความนิยมในการค้นหาอย่างสม่ำเสมอ ต่างจากคอนเทนต์ทั่วไปที่จะมียอดผู้เข้าชมสูงแค่บางช่วงเท่านั้น

4 ขั้นตอนในการสร้าง Evergreen Content

Image1

แม้ Evergreen Content จะเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจจากผู้อ่านโดยทั่วไปและเป็นเนื้อหาที่ไม่ตกยุค แต่การสร้างเนื้อหาให้ติดหน้าแรกของการค้นหาใน Google นั้นมีหลักการที่ควรปฏิบัติตามอยู่ เพื่อให้ได้คอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงและตอบโจทย์ผู้อ่าน

1. เลือกหัวข้อ

ศึกษาหัวข้อที่สามารถสร้างเป็น Evergreen Content เลือกหัวข้อที่น่าสนใจและตอบสนองความต้องการของผู้อ่านได้ดี และเลือกหัวข้อที่ไม่กว้างเกินไป มีความเฉพาะเจาะจงเพื่อให้เข้าใจง่าย เช่น แทนที่จะตั้งหัวข้อว่า ‘ความแตกต่างของศัพท์ภาษาอังกฤษ’ ก็ควรเป็น ‘ความแตกต่างของ Anyway และ By the way’ เป็นต้น

2. เลือก Keyword

Keyword เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการทำ SEO แนวทางการเลือก Keyword นั้นอาจดูที่ Search Volume ในเครื่องมือต่าง ๆ เช่น Google keyword planner เพราะจะทำให้เรารู้ว่าคำไหนที่มีการค้นหาบ่อย และควรเลือก Keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเราเพื่อให้สามารถผลิตคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงได้

3. เลือกรูปแบบบทความ

Evergreen Content มีรูปแบบให้เลือกมากมาย อาจเริ่มจากรูปแบบทั้ง 8 อย่างที่ได้รับความนิยม เช่น FAQ, Listable, How-to และอื่น ๆ จะช่วยให้ดึงดูดความสนใจจากคนทั่วไปให้เข้าอ่านบทความและเพิ่ม Traffic ให้เว็บไซต์ได้

4. เขียน และเผยแพร่เนื้อหา

ก่อนลงมือเขียนต้องค้นข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อให้สร้างคอนเทนต์ได้ถูกต้องแม่นยำและมีประโยชน์ ไม่ควรเขียนสั้นหรือยาวจนเกินไป และควรเพิ่มเนื้อหาที่แตกต่างจากบทความจากเว็บไซต์อื่นเพราะจะช่วยให้ Google เห็นว่าบทความมีคุณภาพ ส่งผลต่อ SEO พร้อมทั้งใส่ภาพประกอบที่สอดคล้องกัน เมื่อคอนเทนต์เสร็จสมบูรณ์ก็สามารถเผยแพร่ลงทางช่องทางต่าง ๆ ได้เลย

วิธีเพิ่มการเข้าถึง Evergreen Content

Image3

แม้ Evergreen Content จะสามารถดึงดูดให้ผู้อ่านเข้าชมได้ด้วยตัวเอง แต่ยังมีวิธีที่ช่วยกระตุ้นให้ผู้คนมองเห็นคอนเทนต์ของเรามากขึ้นผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

1. Social Media

ปัจจุบัน Social Media เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมจากคนทุกวัย และเป็นพื้นที่ไว้แชร์คอนเทนต์ที่สะดวกรวดเร็ว เช่น Facebook, X(Twitter), Threads, Blockdit, YouTube เป็นต้น

2. E-Mail Marketing

E-mail เป็นสิ่งที่จำเป็นในโลกออนไลน์เพราะใช้ประโยชน์หลายทาง เช่น ทำธุรกรรม สมัครบัญชี ฯลฯ จึงสามารถเผยแพร่ Evergreen Content ผ่านทาง E-mail เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าเห็นคอนเทนต์มากขึ้นนั้นเอง

3. Guest Blogging

Guest Blogging คือการโพสต์บทความในเว็บไซต์อื่นที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา เพื่อทำการ Backlink และเพิ่มอันดับ SEO ให้สูงขึ้นนั่นเอง เมื่อ Google มองว่าเว็บไซต์เราน่าเชื่อถือก็มีโอกาสที่คนจะสนใจและเพิ่มยอดผู้เข้าชมได้

4. Content Syndication

Content Syndication คือการที่เราไปเขียนบทความในเว็บไซต์อื่นที่มักเป็นเว็บไซต์ใหญ่ เช่น Yahoo, Kapook, Sanook, The Standard, The Republic World หรือเว็บข่าวสารต่าง ๆ เพื่อให้เข้าถึงผู้อ่านกลุ่มใหญ่มากขึ้น และมีโอกาสใช้เป็น Backlink ได้ด้วย

5. Paid Ads

การจ่ายเงินเพื่อโฆษณา แม้จะต้องเสียเงินแต่ก็สามารถเจาะกลุ่มผู้อ่านที่เราต้องการได้ เป็นการขยายฐานผู้อ่านได้กว้างขวางไม่น้อย

สรุป

Evergreen Content เป็นคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มอันดับเว็บไซต์ให้อยู่ในหน้าแรกของการค้นหาใน Google ได้โดยไม่จำเป็นต้องเขียนคอนเทนต์ใหม่บ่อย ๆ เพื่อให้ทันกระแสแต่อย่างใด แต่เน้นให้ความรู้และบอกข้อเท็จจริง เรียกได้ว่า Evergreen Content เป็นคอนเทนต์ที่อยู่เหนือกาลเวลาจริง ๆ

สนใจปรึกษา Cotactic

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ยังไม่มีทีมการตลาด หรือเป็นนักการตลาดที่ต้องการผู้ช่วยทำโฆษณาให้ติดตลาดออนไลน์ ไม่อยากสูญเงินเปล่าให้แพลตฟอร์มโฆษณาจากการลองผิดลองถูกเองแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

ลองให้ Cotactic Media บริษัทรับทำการตลาดออนไลน์ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญประสบการณ์กว่า 8 ปี คอยเป็นผู้ช่วยคุณเพิ่มความมั่นใจในทุกความท้าทายทางธุรกิจ เราพร้อมให้คำปรึกษาด้านการวางกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดและสร้างยอดขายไปพร้อมกัน ช่วยคุณต่อสู้กับคู่แข่งในแบบฉบับของคุณ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดให้แบรนด์คุณเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ติดต่อขอรับคำปรึกษากลยุทธ์การตลาดออนไลน์กับ Cotactic ได้ก่อนตัดสินใจรับบริการ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้เรารับทราบโจทย์ของคุณ คลิกที่นี่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 065 095 9544

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic

Line: @cotactic

——————————————————————–

ขอบคุณข้อมูลจาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

Withholding Tax สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำคัญยังไง?

Withholding Tax คืออะไร? สรุปครบทุกประเด็นของภาษีหัก ณ ที่จ่าย

Business Model Canvas รู้จักวางแผนธุรกิจให้ชัดเจน

Business Model Canvas คืออะไร? สรุปวิธีวางแผนธุรกิจให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

ต้องการหาทีม DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการหาทีม
DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ให้ Cotactic เป็นที่ปรึกษาดูแลธุรกิจ

เหมือนทีมส่วนตัวของคุณ

ลงทะเบียนให้เราติดต่อกลับ เพื่อแนะนำกลยุทธ์อิงประสบการณ์จริงจากการทำ

Digital Marketing ตลอด 9 ปี

ลูกค้าพูดถึงเราอย่างไร:

Jetts Fitness

Jetts Fitness

ทีม Cotactic มืออาชีพ อัปเดตสม่ำเสมอ แก้ปัญหาไว ให้คำแนะนำด้านการตลาดยอดเยี่ยม

LH Bank

LH Bank

ทีมช่วยเหลือเร็ว ให้คำแนะนำดี บริหารสื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพ แนะนำมากค่ะ

Chubb Life

Chubb Life

ทีมเข้าใจธุรกิจดี ให้คำปรึกษาตรงจุด ตอบเร็ว งานไว ทำงานด้วยแล้วอุ่นใจมาก

APRTECH

APRTECH

ร่วมงานหลายปี ทีมมืออาชีพ ตั้งเป้า-วัดผลชัดเจน ให้กลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ได้จริง

Siamchai Tent

Siamchai Tent

ใช้บริการมา 5 ปี ประทับใจทุกอย่างดูแลทุกรายละเอียด ทีมศึกษา เข้าใจบริษัทเป็นอย่างดีค่ะ

เริ่มต้นพูดคุยกับทีมของเรา