click
Table Of Contents
Table Of Contents
Table Of Contents

ทำ SEO อยู่ ยิง Ads แล้ว Social Media ก็ทำ แต่ทำไม Marketing ยังไม่พาธุรกิจไปถึงเป้าหมาย?

คำถามนี้อาจไม่ได้หมายความว่าแต่ละ Channel ทำงานได้ไม่ดี แต่อาจต้องย้อนกลับไปดูตั้งแต่ต้นว่า Marketing Plan ถูกวางจาก Business Goal หรือเริ่มจากการเลือกว่าจะทำ Channel อะไรก่อน

เพราะถ้า Business Goal ยังไม่ชัด หรือ CEO และ Marketing Team ยังมองเป้าหมายและ Priority ไม่ตรงกัน การเพิ่ม Channel เพิ่ม Budget ก็อาจทำให้ Marketing แค่มี Activity มากขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ Business เข้าใกล้ Goal ที่วางไว้

ดังนั้นก่อนถามว่า Marketing ต้องทำอะไร จึงควรตอบให้ได้ก่อนว่า Business ต้องการโตจากอะไร

ก่อนวาง Marketing Plan ต้องรู้ก่อนว่า Business จะโตจากอะไร

ก่อนตัดสินใจว่าจะใช้ Channel ไหน สิ่งที่ควรรู้ก่อนคือ Business ต้องการเติบโตจากจุดไหน

เพราะการเติบโตของแต่ละธุรกิจไม่ได้มาจากแหล่งเดียวกัน บางธุรกิจมีโอกาสโตจากฐานลูกค้าเดิม บางธุรกิจต้องขยายไปหาลูกค้ากลุ่มใหม่ บางธุรกิจมี Product ที่สามารถสร้าง Value ได้มากขึ้น ขณะที่บางธุรกิจอาจใช้ Technology เข้ามาช่วยลดข้อจำกัดหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน

ดังนั้น ก่อนเลือก Channel สำหรับ การวางแผนการตลาด ลองมอง Growth Opportunity ของธุรกิจจาก 3 ด้านหลักนี้

1. เติบโตจากลูกค้า (Customer)

ถ้า Growth Opportunity อยู่ที่ Customer คำถามแรกคือ ธุรกิจจะโตจากลูกค้าเดิมหรือลูกค้าใหม่

เพราะการเพิ่ม Revenue ไม่ได้หมายความว่าต้องเพิ่มจำนวนลูกค้าเสมอไป ธุรกิจอาจเติบโตจากการทำให้ลูกค้าเดิมกลับมาซื้อบ่อยขึ้น สร้าง Value จากฐานลูกค้าเดิมมากขึ้น หรือขยายไปยังลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีโอกาสทางธุรกิจ

ลูกค้าเดิม (Existing Customer)

สำหรับธุรกิจที่มี Customer Base อยู่แล้ว ควรดูว่าฐานลูกค้าเดิมยังมี Growth Opportunity ที่ไม่ได้ใช้หรือไม่ โดยมองอย่างน้อย 2 เรื่อง

  • ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมาซื้ออีก — Retention

ดูว่าลูกค้ากลุ่มไหนกลับมาซื้อ ซื้อซ้ำบ่อยแค่ไหน ใช้เวลานานเท่าไรในการซื้อครั้งถัดไป และอะไรทำให้บางกลุ่มกลับมา ขณะที่บางกลุ่มหายไป

ถ้า Marketing Resource ส่วนใหญ่ถูกใช้กับ Acquisition ทั้งที่ธุรกิจมีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว การเพิ่ม Repeat Purchase อาจเป็นอีกทางที่ช่วยสร้าง Growth ได้

  • ทำอย่างไรให้ลูกค้าเดิมสร้าง Value เพิ่มขึ้น

นอกจากการซื้อซ้ำ ธุรกิจอาจสร้าง Revenue เพิ่มจาก Customer Base เดิมผ่าน Cross-sell, Upsell, Membership, Loyalty Program หรือ Additional Service

แต่ไม่ควรเริ่มจากการคิด Promotion ก่อน ควรเริ่มจาก Customer Insight ว่าลูกค้าเดิมยังมี Need หรือ Problem อะไร และธุรกิจสามารถสร้าง Value เพิ่มให้เขาได้อย่างไร

ลูกค้าใหม่ (New Customer)

ถ้า Business Goal ต้องการ Growth จากลูกค้าใหม่ ต้องดูทั้ง Acquisition และโอกาสในการขยายไปยัง New Segment

การเพิ่ม Reach เป็นเพียงส่วนหนึ่ง เพราะก่อนตัดสินใจ Customer อาจ Search เปรียบเทียบ อ่าน Review เข้า Website ดู Social Media หรือใช้ AI ช่วยหาข้อมูล

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “จะ Reach คนให้มากขึ้นอย่างไร” แต่คือ Target Customer ใหม่คือใคร เขาใช้ Touchpoint ไหนในการค้นหาและตัดสินใจ และธุรกิจปรากฏอยู่ใน Touchpoint เหล่านั้นหรือไม่

2. เติบโตจาก Product

Growth Opportunity อาจมาจาก Product ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจเริ่มเห็นว่า Customer ยังมี Need หรือ Problem บางอย่างที่สินค้าที่มีอยู่ในตลาดตอบได้ไม่ดีพอ

จุดเริ่มต้นจึงอยู่ที่ Customer Insight ว่าเขากำลังเจอปัญหาอะไร มีอะไรที่ยังไม่ตอบโจทย์ หรือมีพฤติกรรมแบบไหนที่กำลังเปลี่ยนไป เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ตั้งแต่การปรับ Product เดิม ไปจนถึงการพัฒนา Product หรือ Solution ใหม่

ตัวอย่างเช่น lululemon Align Collection ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจาก Insight ของผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะ โดยทีม Innovation ให้ความสำคัญกับ Confidence, Coverage และ Comfort และพัฒนา Align ขึ้นด้วยเนื้อผ้า Nulu™ ที่ให้สัมผัสนุ่มและยืดหยุ่น เพื่อสร้างความรู้สึกแบบ “Naked Sensation” ขณะเคลื่อนไหวและฝึกโยคะ

หากธุรกิจกำลังมองหา Growth Opportunity จาก Product ลองกลับมาดูว่า Customer ยังมี Problem หรือ Need อะไรที่เรายังตอบได้ไม่ดีพอ และสิ่งนั้นสามารถพัฒนาเป็น Product Value ใหม่ได้หรือไม่

3. เติบโตจาก Technology และ AI

Growth Opportunity อีกด้านอาจมาจากการใช้ Technology เพื่อแก้ข้อจำกัดหรือเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Business แต่คำถามแรกไม่ควรเป็นว่า “ตอนนี้ควรใช้ AI ตัวไหนดี?”

ควรถามก่อนว่า Business มี Problem อะไรที่ Technology สามารถช่วยแก้ได้

Technology ที่นำมาใช้ควรสร้าง Business Value เช่น ลดต้นทุน ลดเวลาทำงาน ช่วยให้ทีมตัดสินใจจากข้อมูลได้ดีขึ้น สร้าง Customer Experience ที่ดีขึ้น หรือทำให้ธุรกิจสามารถทำสิ่งที่เดิมทำได้ยาก

ดังนั้น Technology และ AI ไม่ควรถูกเพิ่มเข้า Marketing Plan เพียงเพราะเป็น Trend แต่ต้องตอบให้ได้ว่า Technology นั้นกำลังช่วยแก้ Problem หรือสร้าง Growth ให้ Business อย่างไร

3 โอกาสในการเติบโตของธุรกิจ

เมื่อการเลือก Channel ไม่ใช่ทุกอย่างของ Marketing Plan

Facebook, Instagram, TikTok, Google Ads หรือ SEO ควรเลือกอะไร?

คำถามนี้สำคัญ แต่ไม่ควรเป็นคำถามแรกของ การทำ Marketing Plan

เพราะแต่ละ Channel มีหน้าที่และข้อได้เปรียบต่างกัน การเลือก Channel ก่อนรู้ว่า Business ต้องการอะไร อาจทำให้ทีม Optimize Performance ของแต่ละ Platform ได้ดี แต่ผลลัพธ์เหล่านั้นไม่ได้เชื่อมกลับไปสู่ Business Goal เดียวกัน

ตัวอย่างเช่น ธุรกิจที่ต้องการเพิ่มยอดขายอาจไม่ได้มีปัญหาเรื่อง Traffic เสมอไป หากมีคนเข้าเว็บไซต์จำนวนมากอยู่แล้ว แต่ Conversion ต่ำ การเพิ่ม Media เพื่อดึง Traffic เข้ามาอีกอาจไม่ใช่ Priority แรก

ในทางกลับกัน ถ้า Conversion Rate ดี แต่ Target Customer ยังหาแบรนด์ไม่เจอ ปัญหาก็อาจอยู่ที่ Discoverability ซึ่งต้องใช้ Strategy อีกแบบหนึ่ง

เพราะฉะนั้นก่อนเลือก Channel ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่า Marketing กำลังแก้ Problem อะไร

อะไรที่ทำให้ Marketing Plan ไปไม่ถึง Business Goal?

เมื่อรู้ว่าธุรกิจต้องการโตจากจุดไหน ขั้นต่อมาคือหา Gap ระหว่างสถานการณ์ปัจจุบันกับ Business Goal

ปัญหาที่พบอาจอยู่คนละช่วงของ Customer Journey และแต่ละปัญหาต้องการ Strategy ที่ต่างกัน

ลูกค้าหาคุณไม่เจอ — Discoverability

Product อาจดีและตอบโจทย์ แต่เมื่อ Customer มี Need แล้วค้นหา กลับไม่พบ Brand หรือ Product ของคุณใน Touchpoint ที่เขาใช้

จุดที่ต้องดูจึงไม่ใช่เพียง Reach แต่รวมถึง Search Visibility, Website, Social Discovery และช่องทางอื่นที่ Target ใช้ค้นหาข้อมูล

คนเห็น แต่ยังไม่รู้จัก — Awareness

การมองเห็นไม่ได้หมายความว่า Customer จะเข้าใจว่า Brand คือใครหรือช่วยอะไรเขาได้

ถ้า Impression หรือ Reach สูง แต่ Brand Recall, Engagement หรือพฤติกรรมที่สะท้อน Interest ยังต่ำ ปัญหาอาจอยู่ที่ Message, Positioning หรือ Content มากกว่าจำนวน Media ที่ซื้อ

คนสนใจ แต่ไม่ซื้อ — Conversion

ถ้ามี Traffic มีคนดูสินค้า หรือมีคนสอบถาม แต่ไม่เกิด Conversion การเพิ่ม Traffic อย่างเดียวอาจไม่ได้แก้ Root Cause

ต้องย้อนดูตั้งแต่ Product, Price, Offer, Trust, Website Experience ไปจนถึง Sales Process ว่าจุดไหนทำให้ Customer หยุดก่อนตัดสินใจ

มี Lead แต่ Sales ต่อไม่ได้ — Lead Quality

จำนวน Lead ไม่ควรถูกใช้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จเพียงอย่างเดียว หาก Lead จำนวนมากไม่ตรง Target หรือ Sales ไม่สามารถต่อยอดได้

การวิเคราะห์ควรลงไปถึง Qualified Lead Rate, Cost per Qualified Lead, Conversion to Sale และ Revenue Contribution เพื่อดูว่า Marketing กำลังสร้าง Demand ที่มี Business Value จริงหรือไม่

ซื้อครั้งเดียวแล้วหาย — Retention

ถ้า Customer ซื้อครั้งแรกแต่ไม่กลับมา ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่ Acquisition แต่อยู่ที่ Product Experience, Service, Communication หลังการขาย หรือ Value ที่ Customer ได้รับ

หากไม่วิเคราะห์จุดนี้ ธุรกิจอาจต้องจ่าย Acquisition Cost เพื่อหาลูกค้าใหม่ซ้ำ ๆ ทั้งที่ Growth Opportunity อาจอยู่ใน Customer Base เดิม

การรู้ว่า Business ต้องการโตจากอะไรจึงยังไม่พอ ต้องรู้ต่อว่า อะไรคือ Bottleneck ที่ควรถูกแก้ก่อน

ลูกค้าตัดสินใจด้วยวิธีไหน?

อีกเหตุผล ที่ไม่ควรวาง Marketing Plan โดยมองแต่ละ Channel แยกจากกัน คือ Customer Journey ในความเป็นจริงอาจเกิดขึ้นข้ามหลาย Touchpoint ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล เปรียบเทียบ ตรวจสอบความน่าเชื่อถือ ไปจนถึงการตัดสินใจ

Customer Journey จาก AI สู่การตัดสินใจซื้อ

Yext Consumer Search Behaviors Report 2026 ซึ่งสำรวจผู้บริโภค 3,848 คนทั่วโลก พบว่า 42.7% ระบุว่า เคยใช้ AI Tool สำหรับค้นหา Local Business ในช่วง 1 เดือนก่อนตอบแบบสำรวจ แต่เมื่อได้รับ Recommendation จาก AI ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไปค้นหาและตรวจสอบข้อมูลผ่านช่องทางอื่นต่อ เช่น

  • 53% Search ผ่าน Google หรือ Bing
  • 49% เข้าเว็บไซต์ของธุรกิจ
  • 42% เปิด Source หรือ Citation ที่ AI อ้างอิง
  • 28% ดู Review บน Google, Yelp หรือ Platform อื่น
  • 20% เข้า Social Media ของ Brand

ขณะที่มีเพียง 5% ที่ไปต่อจาก AI Recommendation โดยไม่ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

แม้ข้อมูลชุดนี้จะศึกษาในบริบทของ Local Search แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับการวางแผนการตลาดคือ AI ไม่ได้ทำให้ Touchpoint อื่นหายไป Customer อาจเริ่มค้นหาจาก AI แล้วไป Search ต่อ เข้า Website อ่าน Review หรือดู Social Media เพื่อประกอบการตัดสินใจ

ดังนั้น Marketing Plan ไม่ควรถามเพียงว่า “Channel ไหนดีที่สุด?” แต่ควรมองว่า แต่ละ Channel มีหน้าที่อะไรใน Customer Journey และทำงานร่วมกันอย่างไรเพื่อพา Customer ไปสู่ Business Goal

Business Goal จะกลายเป็น Marketing Plan ได้อย่างไร?

เมื่อรู้แล้วว่าธุรกิจต้องการโตจากอะไร มี Gap อยู่ตรงไหน และ Customer ตัดสินใจอย่างไร ขั้นต่อไปจึงเป็นการนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้ วางแผนการตลาด

แทนที่จะเริ่มจาก Channel แล้วค่อยหา KPI มารองรับ ลองเริ่มจาก 3 Layer ที่เชื่อม Business กับ Marketing เข้าด้วยกัน

Layer 1: Goal — กำหนดภาพความสำเร็จของ Business

CEO, Marketing Team และทีมที่เกี่ยวข้องควรตอบให้ตรงกันก่อนว่า “ความสำเร็จ” ที่ต้องการคืออะไร

เป้าหมายอาจเป็น Revenue, New Customer, Qualified Lead, Repeat Purchase หรือการเติบโตใน Segment ใหม่ ขึ้นอยู่กับ Business Model และ Stage ของธุรกิจ

สิ่งสำคัญคือ Marketing Goal ต้องสามารถอธิบายได้ว่ากำลังสนับสนุน Business Goal อย่างไร

Layer 2: Research — หาให้เจอว่าอะไรทำให้ไปไม่ถึง Goal

Research ไม่ควรทำเพื่อให้มีข้อมูลมากที่สุด แต่เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ว่า อะไรควรถูก Prioritize ก่อน

ต้องดูทั้ง Customer, Market, Product, Customer Journey, Funnel และ Marketing Performance ที่มีอยู่ เพื่อหา Root Cause ว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหน

หาก Business ต้องการยอดขายเพิ่ม แต่ปัญหาจริงคือ Lead Quality การเพิ่ม Lead อาจไม่ใช่คำตอบ

หากต้องการ Acquisition เพิ่ม แต่ Target Customer หา Brand ไม่เจอ การแก้ Discoverability อาจสำคัญกว่าการเพิ่ม Promotion

Layer 3: How To — เปลี่ยน Insight ให้เป็น Strategy และ Execution

เมื่อ Goal และ Problem ชัด จึงค่อยกำหนด Strategy ว่าจะใช้วิธีใดแก้ปัญหา แล้วจึงเลือก Channel, Content, Media, Technology และ Resource ที่เหมาะสม

KPI ก็ควรถูกกำหนดจากผลลัพธ์ที่ต้องการ ไม่ใช่เลือกจาก Metric ที่ Platform มีให้ดูง่ายที่สุด

ตัวอย่างเช่น ถ้า Business Goal คือการเพิ่มยอดขายจาก New Customer เส้นทางการวัดผลอาจมองตั้งแต่

Visibility → Traffic → Lead → Qualified Lead → Sale → Revenue

แต่ถ้า Goal คือการเติบโตจาก Customer เดิม อาจต้องดู

Retention → Repeat Purchase → Purchase Frequency → Customer Value → Revenue

ทุก Marketing Activity จึงควรตอบได้ว่า

ทำอะไร → แก้ Problem อะไร → พาไปหา Business Goal ไหน → วัดผลจากอะไร

“ถ้า Marketing Plan ไม่พาไปหา Business Goal แผนของคุณอาจเป็นเพียง To-Do List รายวันก็เท่านั้น”

Marketing Plan ต้องทำให้ทุกทีมเดินไปในทิศทางเดียวกัน

Marketing Plan ที่ดีไม่ได้วัดจากจำนวน Channel ที่ธุรกิจทำ หรือจำนวน Campaign ที่สามารถ Launch ได้ในหนึ่งปี แต่ควรทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกันว่า Business ต้องการไปไหน Marketing กำลังแก้ปัญหาอะไร และแต่ละ Execution มีหน้าที่อย่างไรต่อ Goal นั้น

เพราะการขับเคลื่อน Marketing ไม่ได้เกิดจากทีม Marketing เพียงฝ่ายเดียว ทั้ง Business Owner, Marketing, Sales และ Agency ต่างมีส่วนต่อผลลัพธ์ หากแต่ละฝ่ายมอง Goal, Priority หรือความสำเร็จต่างกัน แม้ทุกทีมจะทำงานเต็มที่ Marketing ก็อาจเดินไปคนละทิศทางได้

ดังนั้น ถ้าธุรกิจมีทีม Marketing มี Budget และมีคน Execute อยู่แล้ว แต่ยังตอบไม่ได้ว่าอะไรควรทำก่อน อะไรควรหยุด หรือ Marketing Initiative ไหนสร้าง Business Impact จริง ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การขาด Channel หรือ Resource แต่อยู่ที่ Marketing Direction

ในสถานการณ์นี้ การมีมุมมองจากภายนอกสามารถช่วยวิเคราะห์ Business Goal, Customer, Marketing Funnel และ Performance ที่มีอยู่ เพื่อหา Root Cause จัดลำดับ Priority และเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็น Strategy และ Roadmap ที่ทุกทีมสามารถนำไป Execute ต่อในทิศทางเดียวกัน

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเชื่อม Business Goal → Marketing Direction → Execution สามารถพูดคุยกับ Marketing Consultant ของ Cotactic เพื่อช่วยวิเคราะห์ปัญหา วาง Strategy กำหนด Priority และ KPI ให้แต่ละ Marketing Activity เชื่อมกลับไปสู่เป้าหมายของธุรกิจ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Marketing Team เก่งอาจไม่พอ ถ้าแบรนด์ยังขาด Direction

10 วิธีถ่ายรูปโฆษณาสินค้า ให้ลูกค้าอยากกดซื้อ

ต้องการหาทีม DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการหาทีม
DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ให้ Cotactic เป็นที่ปรึกษาดูแลธุรกิจ

เหมือนทีมส่วนตัวของคุณ

ลงทะเบียนให้เราติดต่อกลับ เพื่อแนะนำกลยุทธ์อิงประสบการณ์จริงจากการทำ

Digital Marketing ตลอด 9 ปี

ลูกค้าพูดถึงเราอย่างไร:

Jetts Fitness

Jetts Fitness

ทีม Cotactic มืออาชีพ อัปเดตสม่ำเสมอ แก้ปัญหาไว ให้คำแนะนำด้านการตลาดยอดเยี่ยม

LH Bank

LH Bank

ทีมช่วยเหลือเร็ว ให้คำแนะนำดี บริหารสื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพ แนะนำมากค่ะ

Chubb Life

Chubb Life

ทีมเข้าใจธุรกิจดี ให้คำปรึกษาตรงจุด ตอบเร็ว งานไว ทำงานด้วยแล้วอุ่นใจมาก

APRTECH

APRTECH

ร่วมงานหลายปี ทีมมืออาชีพ ตั้งเป้า-วัดผลชัดเจน ให้กลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ได้จริง

Siamchai Tent

Siamchai Tent

ใช้บริการมา 5 ปี ประทับใจทุกอย่างดูแลทุกรายละเอียด ทีมศึกษา เข้าใจบริษัทเป็นอย่างดีค่ะ

เริ่มต้นพูดคุยกับทีมของเรา