click
Table Of Contents
Table Of Contents
Table Of Contents

ในปีที่ผ่านมา มีกลยุทธ์เพิ่มยอดขายเกิดขึ้นมากมายบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการไลฟ์ขายสินค้า โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านทางตะกร้าที่ร้านค้ากำหนดไว้ได้เลยโดยไม่ต้องมีการคอมเมนต์เพื่อ CF สินค้าแบบเดิม ๆ หรือแม้แต่การแจกคูปองส่วนลดสูงสุดถึง 30% เฉพาะสินค้าที่ซื้อผ่านทางไลฟ์เท่านั้น กลยุทธ์ต่าง ๆ เหล่านี้ ส่งผลให้ในปี 2023 ที่ผ่านมา สถิติข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ และ Statista เผยว่าประเทศไทยมียอดขายสินค้าออนไลน์สูงถึง 700,000 ล้านบาท สอดคล้องกับที่ McKinsey คาดการณ์ว่ารายได้ E-commerce ในไทย จะเติบโตมากถึง 25% ต่อปี ต่อเนื่องไปอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า วันนี้ Cotactic เราเป็น Digital Marketing Agency จะพามาอัปเดตกันว่า 10 วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์สำหรับทุกธุรกิจ จะมีกลยุทธ์ไหนที่จะช่วยเพิ่มยอดขายธุรกิจของเราได้บ้าง

การเพิ่มยอดขายออนไลน์ สำคัญอย่างไรกับธุรกิจ?

การเพิ่มยอดขายเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการทำธุรกิจ ไม่ใช่แค่ร้านค้าออนไลน์เท่านั้น เพราะทุกวันนี้มีร้านค้าคู่แข่ง ที่อาจจะขายสินค้าหรือบริการคล้ายกับเราอยู่เป็นจำนวนมาก และผู้บริโภคเองก็มีโอกาสในการเปรียบเทียบ และมีตัวเลือกในการเลือกซื้อมากขึ้นเช่นกัน ดังนั้นหากเราไม่มีการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ไม่ศึกษากลยุทธ์ หรือวิธีต่าง ๆ เพื่อที่จะหาทางเพิ่มยอดขายให้สูงและเติบโตขึ้น ก็อาจจะทำให้ธุรกิจของเราตามคู่แข่งไม่ทันได้

10 วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์ มีอะไรบ้าง

 

10 วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์ มีอะไรบ้าง และต้องทำยังไง

 

ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์เกิดขึ้นในทุก ๆ วัน ไม่ว่าเราจะเป็นธุรกิจเปิดใหม่ หรือธุรกิจที่เปิดมาได้สักระยะแล้ว ต่างก็ต้องปรับตัวให้ทันกับเทรนด์โลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพราะกลยุทธ์แบบเดิมที่เคยใช้ อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์เช่นเดิมอีกแล้ว มาดู 10 วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์ให้กับธุรกิจของเรากันว่าจะมีวิธีอะไรบ้าง

1. สร้างเว็บไซต์เป็นของตัวเอง 

ปัจจุบันนี้เราสามารถขายของออนไลน์ได้ง่าย ๆ ผ่านช่องทาง E-Marketplace ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Shopee, Lazada หรือ TikTok แต่การมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองนั้น มีข้อดีต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ การเก็บข้อมูลลูกค้าหรือสถิติการเข้าใช้งานเว็บไซต์ของเรา สามารถค้นหาร้านค้าของเราผ่าน Google ได้ และมีพื้นที่สื่อเป็นของเราเอง ยิ่งเรามีข้อมูลและพฤติกรรมการใช้งานบนเว็บไซต์ของเรามากเท่าไหร่ เราก็สามารถนำข้อมูลชุดนี้ มาวิเคราะห์และออกแบบโปรโมชันที่เหมาะสมกับลูกค้าของเราได้มากขึ้น

2. มอบประสบการณ์ที่ดีในการเข้าชมเว็บไซต์

เว็บไซต์ที่ดีประกอบไปด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง เราควรศึกษาข้อมูลการใช้งานของลูกค้า พัฒนาและออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม  ใช้งานง่าย โดยคำนึงถึงประสบการณ์ของผู้ใช้งาน (User Experience) เป็นหลัก รวมไปถึงการแสดงผลที่รวดเร็ว และตอบสนองกับอุปกรณ์ที่เข้าใช้งานได้ทั้งสมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป เพื่อมอบประสบการณ์ที่ลื่นไหลให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้งานเว็บไซต์ของเรา และเพิ่มโอกาสที่จะปิดการขายบนเว็บไซต์ของเราได้อีกด้วย

3. เข้าใจการทำงานของ SEO (Search Engine Optimization)

นอกจากโซเชียลมีเดียจะเป็นประตูที่จะเข้ามายังเว็บไซต์ของเราแล้ว การปรับแต่ง SEO บนเว็บไซต์ก็จะช่วยให้คนค้นหาร้านค้าของเราบน Google เจอด้วยเช่นกัน ดังนั้น เราควรศึกษาและวางแผนการทำ SEO (Search Engine Optimization) บนเว็บไซต์ของเรา เพื่อเพิ่มโอกาสที่ลูกค้าจะหาเราเจอ และอาจกลายมาเป็นลูกค้าของเราในที่สุด

แต่ถ้าหากเรื่อง SEO เป็นเรื่องใหญ่เกินไปสำหรับคุณ Cotactic มีบริการรับทำ SEO ปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้ ‘ติดหน้าแรก GOOGLE’ เพิ่มจำนวนคนเข้าเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องในระยะยาว

4. ทำการตลาดบนแพลตฟอร์มที่ใช่

นักการตลาดหรือธุรกิจร้านค้าออนไลน์สมัยนี้คงทราบกันดีอยู่แล้วว่าโซเชียลมีเดียมีส่วนสำคัญอย่างมากในการทำการตลาด และศึกษากลุ่มเป้าหมายของเรา ซึ่งปัจจุบันมีแพลตฟอร์มเกิดขึ้นมากมาย ทำให้บางแพลตฟอร์มมีผู้ใช้งานลดลง บวกกับพฤติกรรมของผู้ใช้งานแต่ละแพลตฟอร์มก็เริ่มชัดเจนมากขึ้น ทำให้เราสามารถเห็นกลุ่มเป้าหมายจากแต่ละแพลตฟอร์มได้ง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นเราสามารถที่จะเลือกโฟกัสให้ถูกช่องทาง เพื่อประหยัดเวลา งบการตลาด และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงของเรา ยกตัวอย่างเช่น

  • Instagram เหมาะกับสินค้าแฟชั่น เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เพราะแพลตฟอร์มเน้นแสดงผลด้วยรูปภาพ ภาพถ่ายสินค้าแฟชั่นที่สวยงามจึงมักจะดึงดูดให้ผู้ใช้งานสนใจ
  • TikTok เหมาะกับธุรกิจร้านอาหาร ที่พัก โรงแรม เพราะผู้ใช้งานนิยมเข้าไปค้นหารีวิวบนแพลตฟอร์มนี้

5. ผลิตคอนเทนต์วิดีโอให้มากขึ้น

ในยุคที่โลกหมุนไปไวเช่นนี้ การทำคอนเทนต์ประเภทบทความอาจไม่น่าสนใจเพียงพอ ผู้คนเริ่มหันมาเสพคอนเทนต์ที่รวดเร็วมากขึ้น เพราะอยากใช้เวลาในการเสพคอนเทนต์น้อยลง อย่างคอนเทนต์วิดีโอ ซึ่งเราในฐานะธุรกิจก็ควรหันมาสนใจการทำคอนเทนต์นี้เช่นกัน ลองพยายามปรับตัว เรียนรู้ หาเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะสามารถมัดใจคนให้อยู่หมัดภายในไม่กี่วินาที

6. มัดใจลูกค้าด้วยระบบสมาชิก

เมื่อพูดถึงส่วนลด หรือสิทธิประโยชน์ เชื่อว่านักชอปปิงออนไลน์อย่างเราต่างก็ต้องสนใจ แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ผู้บริโภคหันมาสนใจซื้อสินค้าผ่านทาง E-Marketplace อย่าง Shopee, Lazada หรือ TikTok ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบสมาชิกอย่างระบบ CRM (Customer Relationship Management) ได้ เนื่องจากแพลตฟอร์ม E-Marketplace เอง ต่างก็มีการเก็บข้อมูลลูกค้ากันอยู่แล้ว ทำให้ระบบสมาชิกนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานกันในร้านค้าออนไลน์ที่ทำการขายผ่าน E-Marketplace เป็นหลัก

แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาร้านค้าออนไลน์และระบบ CRM ก็เริ่มมีการปรับตัว และหาทางเก็บข้อมูลลูกค้าเป็นของตัวเอง ผ่านการประชาสัมพันธ์บนโซเชียลมีเดียที่ใช้ทำการตลาด และการปรับแต่งหน้า Home Page บน E-Marketplace โดยให้ลูกค้าไปสมัครสมาชิกบนแพลตฟอร์มอื่น ก่อนเข้ามาซื้อสินค้า และร้านค้าจะดึงข้อมูลการสั่งซื้อมาสะสมแต้มให้ลูกค้าภายหลัง ทำให้นักชอปปิงออนไลน์มีตัวเลือกที่ดีในการตัดสินใจเพิ่มขึ้น หากเจอสินค้าชนิดเดียวกัน ในราคาที่ไม่ต่างกันมาก เราเองก็คงจะเลือกซื้อสินค้ากับร้านที่เราเป็นสมาชิกอยู่ เพื่อรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ เพิ่มเติม ระบบสมาชิกจึงเป็นอีกสิ่งที่ธุรกิจคุณไม่ควรมองข้าม

7. แจกโค้ดส่วนลด พร้อมโปรโมชันเด็ดอยู่เสมอ

การแจกส่วนลด หรือการออกโปรโมชันดี ๆ ออกมาอยู่เสมอ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยกระตุ้นยอดขายได้เป็นอย่างดี โดยเราสามารถเลือกกลยุทธ์การลดราคาให้เหมาะสมกับธุรกิจของเราได้ เช่น การจัดโปรโมชัน Flash Sale โดยกำหนดช่วงเวลา การขายสินค้าในราคาพรีออเดอร์ การลดราคาสินค้าที่เหลือสต็อกเพียงไม่กี่ชิ้น การจับคู่สินค้าสองชิ้นขึ้นไปในราคาที่ถูกลง หรือโปรโมชันที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันอย่างการขายกล่องสุ่มสินค้า เป็นการเคลียร์สินค้าที่ค้างสต็อกและสินค้าคอลเลกชันใหม่ บรรจุอยู่ในกล่องเดียวกัน และขายในราคาที่ถูกมากกว่า 30% เพื่อดึงดูดใจให้ลูกค้าซื้อสินค้าโดยไม่ได้โฟกัสว่าจะได้สินค้าชิ้นไหนไป

8. ห้ามพลาด Double Digit Campaign

นักชอปปิงออนไลน์รู้ แม่ค้ารู้ Double Digit Day อย่าง 8.8, 9.9, 10.10 เป็นวันที่เหล่านักชอปออนไลน์และบรรดาร้านค้ามีนัดกันบนแพลตฟอร์ม E-Marketplace เพราะทางแพลตฟอร์มต่างแข่งกันแจกโค้ดลดกันแบบจัดเต็ม ทำให้สำหรับลูกค้าแล้วการซื้อสินค้าในวันนี้อาจคุ้มค่าคุ้มราคาที่สุด แม้ระหว่างเดือนจะถูกใจสินค้าชิ้นไหนอยู่ ก็ทำได้แค่กดใส่ตะกร้าไว้ แล้วมาชำระเงินในวันที่แพลตฟอร์มแจกโค้ดส่วนลด ถึงขนาดแต่งตั้งให้เป็นวัน Pay Day ดังนั้นการเข้าร่วมแคมเปญ Double Digit ก็อาจจะเป็นอีกกลยุทธ์ที่ธุรกิจออนไลน์สามารถเพิ่มยอดขายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีได้

9. ให้ค่านายหน้าผ่าน Affiliate Marketing

ใคร ๆ ก็บอกว่าการตลาดแบบปากต่อปากได้ผลดีและสามารถตัดสินใจซื้อสินค้าได้รวดเร็ว แต่ธุรกิจจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเกิดการบอกปากต่อปากได้เมื่อไหร่ เพราะแบบนั้นเอง จึงเกิดการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่เรียกว่า Affiliate Marketing ซึ่งจะเข้ามาช่วยกระตุ้นให้เกิดการบอกต่อได้ไวขึ้น ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าของเราสามารถรีวิวสินค้าและนำลิงก์สินค้าไปแปะบนโซเชียลมีเดียของตัวเอง เพื่อรับรายได้จากการรีวิวได้ โดยส่วนแบ่งรายได้จะเกิดขึ้นเมื่อมีคนกดลิงก์และซื้อสินค้าจากลิงก์ของเราที่เอาไปแปะบนโซเชียลมีเดียของเราช่องทางต่าง ๆ โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ตามแต่ร้านค้ากำหนด ซึ่งปัจจุบันหลายธุรกิจ และหลายแพลตฟอร์ม ต่างก็มี Affiliate Program นี้เพื่อกระตุ้นให้มีการซื้อขายบนแพลตฟอร์มมากขึ้น ทำให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์และนักรีวิวทั้งหลาย หันมารีวิวสินค้าและแปะลิงก์สินค้าให้ผู้ติดตามไปชอปปิงตาม ๆ กัน ดังนั้น เราในฐานะร้านค้า หรือธุรกิจออนไลน์เอง ก็อย่าลืมคำนวณส่วนแบ่งรายได้ให้กับ Affiliate Program นี้ด้วย และยิ่งแบ่งเปอร์เซ็นต์ให้มาก ก็มีโอกาสที่จะเกิดการบอกต่อได้มากเช่นกัน

10. สร้างความประทับใจด้วย Customer Service

แม้ทุกวันนี้ร้านค้าออนไลน์ต่างก็หันมาใช้บริการ Chatbots หรือการตอบกลับอัตโนมัติ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และประหยัดทรัพยากรในการตอบคำถาม แต่ลูกค้าหลายคนก็สบายใจมากกว่าที่จะคุยกับแอดมินหรือทีมงานจริง ๆ ในการให้ข้อมูลสินค้า ดังนั้นธุรกิจควรให้ความสำคัญกับ Customer Service ตอบคำถามด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็ว และใส่ใจ เพราะถึงแม้ลูกค้าจะชอบสินค้าราคาถูก แต่ถ้าไปเจอร้านที่ไม่พร้อมให้บริการ ลูกค้าก็ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อจะได้รับการบริการที่ดีขึ้น และสามารถกลับมาหาเราได้เสมอ

สรุป

สิ่งสำคัญนอกจาก 10 วิธีเพิ่มยอดขายออนไลน์สำหรับทุกธุรกิจที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ คือ การปรับตัวให้เร็ว ทันโลก  ทันเหตุการณ์อยู่เสมอ เพราะทุกวันนี้มีกลยุทธ์ในการขายเกิดขึ้นมากมาย มีคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่ดึงความสนใจจากลูกค้าในทุก ๆ วัน นักการตลาดหรือนักธุรกิจอย่างเรา ต่างก็ต้องเรียนรู้ อัปเดตเทรนด์ และปรับตัวกับสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ในทุก ๆ วัน เพื่อไม่ให้เราสะดุดจนตามธุรกิจอื่นไม่ทัน

ต้องการที่ปรึกษา หรือทีมงานมืออาชีพด้าน Online Marketing มาช่วยจัดการแก้ไขปัญหาและวางรากฐานให้ธุรกิจ ติดต่อ Cotactic เลยวันนี้

โทร.065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic  

Line: @cotactic

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว


บทความที่เกี่ยวข้อง

Withholding Tax สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำคัญยังไง?

Withholding Tax คืออะไร? สรุปครบทุกประเด็นของภาษีหัก ณ ที่จ่าย

Business Model Canvas รู้จักวางแผนธุรกิจให้ชัดเจน

Business Model Canvas คืออะไร? สรุปวิธีวางแผนธุรกิจให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

ต้องการหาทีม DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการหาทีม
DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ให้ Cotactic เป็นที่ปรึกษาดูแลธุรกิจ

เหมือนทีมส่วนตัวของคุณ

ลงทะเบียนให้เราติดต่อกลับ เพื่อแนะนำกลยุทธ์อิงประสบการณ์จริงจากการทำ

Digital Marketing ตลอด 9 ปี

ลูกค้าพูดถึงเราอย่างไร:

Jetts Fitness

Jetts Fitness

ทีม Cotactic มืออาชีพ อัปเดตสม่ำเสมอ แก้ปัญหาไว ให้คำแนะนำด้านการตลาดยอดเยี่ยม

LH Bank

LH Bank

ทีมช่วยเหลือเร็ว ให้คำแนะนำดี บริหารสื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพ แนะนำมากค่ะ

Chubb Life

Chubb Life

ทีมเข้าใจธุรกิจดี ให้คำปรึกษาตรงจุด ตอบเร็ว งานไว ทำงานด้วยแล้วอุ่นใจมาก

APRTECH

APRTECH

ร่วมงานหลายปี ทีมมืออาชีพ ตั้งเป้า-วัดผลชัดเจน ให้กลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ได้จริง

Siamchai Tent

Siamchai Tent

ใช้บริการมา 5 ปี ประทับใจทุกอย่างดูแลทุกรายละเอียด ทีมศึกษา เข้าใจบริษัทเป็นอย่างดีค่ะ

เริ่มต้นพูดคุยกับทีมของเรา