click
Table Of Contents
Table Of Contents
Table Of Contents

ทุกครั้งที่ธุรกิจสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ ผลิตภัณฑ์ แอปพลิเคชัน หรือเนื้อหาบนโซเชียลมีเดีย สิ่งเหล่านั้นล้วนมีมูลค่าทางธุรกิจทั้งสิ้น นั่นคือหัวใจของเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งหลายธุรกิจยังมองข้ามจนกว่าจะเจอปัญหา

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจอย่างครบถ้วน ตั้งแต่นิยาม ประเภท ระยะเวลาคุ้มครอง วิธีจดทะเบียน ไปจนถึงสิ่งที่ธุรกิจต้องระวัง

ทรัพย์สินทางปัญญา คืออะไร?

ทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property หรือ IP) คือ สิทธิที่กฎหมายรับรองแก่เจ้าของผลงานซึ่งเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ครอบคลุมตั้งแต่งานเขียน งานศิลปะ สิ่งประดิษฐ์ การออกแบบ ไปจนถึงเครื่องหมายการค้า

สิ่งที่ถูกคุ้มครองไม่ใช่วัตถุจับต้องได้ แต่คือ “ความคิด” และ “รูปแบบการแสดงออก” ของความคิดนั้น เมื่อผลงานสำเร็จสมบูรณ์ กฎหมายจะมอบสิทธิพิเศษแก่ผู้สร้างสรรค์แต่เพียงผู้เดียวในการใช้ประโยชน์จากผลงานนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง

ในบริบทของธุรกิจ ทรัพย์สินทางปัญญาเปรียบเสมือน “สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้” ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ธุรกิจที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง สูตรเฉพาะที่ถูกคุ้มครอง หรือซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ชัดเจน ย่อมมีตำแหน่งในตลาดที่แตกต่างจากคู่แข่งที่ไม่ได้ปกป้องสิ่งเหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด

ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา

ประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา

ทรัพย์สินทางปัญญาแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม และลิขสิทธิ์ โดยแต่ละประเภทมีขอบเขตคุ้มครองและวิธีการได้รับสิทธิ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

กลุ่มที่ 1 ทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม

เกี่ยวเนื่องกับการประกอบธุรกิจ การค้า หรือการผลิต จำเป็นต้องจดทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงจะได้รับการคุ้มครอง มี 4 ประเภทหลัก

1. สิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร

คุ้มครองนวัตกรรมทางเทคนิคและการออกแบบเชิงอุตสาหกรรม แบ่งเป็น 3 ประเภทย่อย

  • สิทธิบัตรการประดิษฐ์ คุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่มีระดับการประดิษฐ์สูง เช่น กลไก ผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธีผลิตแบบใหม่ อายุคุ้มครอง 20 ปี
  • สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ คุ้มครองรูปลักษณ์ภายนอกของผลิตภัณฑ์ ได้แก่ รูปทรง ลวดลาย หรือสี อายุคุ้มครอง 10 ปี
  • อนุสิทธิบัตร เหมาะสำหรับสิ่งประดิษฐ์ขนาดเล็กหรือมีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อย อายุคุ้มครอง 6 ปี ต่อได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี รวมสูงสุด 10 ปี

ข้อควรระวัง ต้องยื่นคำขอก่อนเผยแพร่หรือจำหน่ายสิ่งประดิษฐ์ หากเปิดเผยก่อนยื่น ถือว่า “ขาดความใหม่” และเสียสิทธิ์ทันที

2. เครื่องหมายการค้า

คือสัญลักษณ์ที่ใช้สร้างความแตกต่างระหว่างสินค้าหรือบริการของธุรกิจหนึ่งกับอีกธุรกิจหนึ่ง ครอบคลุม ชื่อ โลโก้ สโลแกน สี เสียง หรือรูปทรงบรรจุภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์

  • เครื่องหมายการค้า ใช้กับสินค้า เพื่อบ่งชี้ว่าสินค้านั้นต่างจากของบุคคลอื่น
  • เครื่องหมายบริการ ใช้กับบริการ เช่น เครื่องหมายของสายการบินหรือโรงแรม
  • เครื่องหมายรับรอง รับรองคุณภาพหรือมาตรฐานของสินค้า/บริการของผู้อื่น เช่น ตรา “เชลล์ชวนชิม”
  • เครื่องหมายร่วม ใช้โดยบริษัทในกลุ่มเดียวกัน หรือสมาชิกของสมาคม เช่น ตราช้างของกลุ่ม SCG

อายุคุ้มครอง 10 ปี และต่ออายุได้ไม่จำกัด ทำให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่สร้าง Brand Strategy ที่สุดสำหรับธุรกิจ

3. ความลับทางการค้า

คือข้อมูลธุรกิจที่ยังไม่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป ไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่าย และก่อให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์แก่เจ้าของ เช่น สูตรอาหาร กระบวนการผลิต รายชื่อลูกค้า หรือกลยุทธ์ทางธุรกิจ

ความลับทางการค้าไม่มีอายุหมด ตราบใดที่ยังคงเป็นความลับก็ยังได้รับการคุ้มครอง ตัวอย่างที่คลาสสิกที่สุดคือสูตรโค้กที่ปกปิดมานานกว่า 130 ปี

4. สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์

คือเครื่องหมายที่ใช้ระบุสินค้าซึ่งมีแหล่งกำเนิดจากพื้นที่เฉพาะ และมีคุณภาพหรือชื่อเสียงอันเนื่องมาจากแหล่งกำเนิดนั้น เช่น ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ หรือผ้าไหมยกดอกลำพูน ไม่มีอายุหมดตราบที่สินค้ายังคงคุณลักษณะเฉพาะนั้น

กลุ่มที่ 2 ลิขสิทธิ์

คือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่กฎหมายมอบให้แก่ผู้สร้างสรรค์งานวรรณกรรมและงานศิลปกรรม การคุ้มครองเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติทันทีที่สร้างผลงาน ไม่ต้องจดทะเบียน งานที่ได้รับความคุ้มครองครอบคลุมหลากหลายประเภท ได้แก่

  • งานวรรณกรรม หนังสือ บทความ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์
  • งานศิลปกรรม ภาพวาด ประติมากรรม ภาพถ่าย ภาพประกอบ และสถาปัตยกรรม
  • งานดนตรีกรรม เนื้อร้อง ทำนอง และโน้ตเพลง
  • งานโสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และมิวสิกวิดีโอ
  • งานนาฏกรรม ท่าเต้น ท่ารำ และการแสดงประกอบดนตรี
  • งานบันทึกเสียง เช่น แผ่นซีดีและเทปเพลง

อายุคุ้มครองตลอดชีพผู้สร้างสรรค์บวก 50 ปี หากเป็นนิติบุคคลจะได้รับการคุ้มครอง 50 ปีนับตั้งแต่การสร้างสรรค์หรือการเผยแพร่ ทั้งนี้แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นภายหลัง

เปรียบเทียบประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา

ประเภทลิขสิทธิ์สิทธิบัตรเครื่องหมายการค้า
ต้องจดทะเบียน?ไม่ต้องจดต้องจดต้องจด
อายุคุ้มครองตลอดชีพ+50 ปี20 ปี (ประดิษฐ์) / 10 ปี (ออกแบบ)10 ปี ต่ออายุได้ไม่จำกัด
คุ้มครองอะไรงานสร้างสรรค์นวัตกรรม/กระบวนการชื่อ/โลโก้/แบรนด์
สิทธิหลักห้ามทำซ้ำ/เผยแพร่ห้ามผลิต/จำหน่ายห้ามใช้เครื่องหมายคล้าย

ระยะเวลาคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาแต่ละประเภท

ประเภทอายุคุ้มครองต้องจดทะเบียนมั้ย?
สิทธิบัตรการประดิษฐ์20 ปี นับจากวันยื่นคำขอต้องจด
อนุสิทธิบัตร6 ปี ต่อได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี (รวมสูงสุด 10 ปี)ต้องจด
สิทธิบัตรการออกแบบ10 ปี นับจากวันยื่นคำขอต้องจด
เครื่องหมายการค้า10 ปี ต่อได้ไม่จำกัด ครั้งละ 10 ปีต้องจด
ลิขสิทธิ์ตลอดชีพผู้สร้าง + 50 ปีไม่ต้องจด
ความลับทางการค้าไม่จำกัด (ตราบที่ยังลับอยู่)ไม่มีระบบจด
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไม่จำกัดต้องจด

จดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา ทำได้อย่างไร?

การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา

การจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ โดยมีขั้นตอนและค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันตามประเภท

การยื่นขอจดสิทธิบัตร / อนุสิทธิบัตร

  • ตรวจสอบความใหม่ของสิ่งประดิษฐ์ก่อนยื่น (สำคัญมาก ห้ามเผยแพร่ก่อน)
  • จัดทำรายละเอียดสิ่งประดิษฐ์และข้อถือสิทธิ์อย่างละเอียด
  • ยื่นคำขอที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือผ่านทนายความผู้เชี่ยวชาญ
  • รอการตรวจสอบ ซึ่งอาจใช้เวลา 3-5 ปีสำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ทั้งนี้อนุสิทธิบัตรใช้เวลาเร็วกว่า

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

  • ตรวจสอบว่าเครื่องหมายที่ต้องการจดไม่ซ้ำกับที่มีอยู่แล้ว
  • ยื่นคำขอพร้อมตัวอย่างเครื่องหมายและระบุประเภทสินค้า/บริการที่ต้องการคุ้มครอง
  • ชำระค่าธรรมเนียมตามจำนวน Class ที่ยื่น
  • รอประกาศโฆษณาเพื่อให้สาธารณชนยื่นคัดค้าน หากไม่มีการคัดค้านก็จดทะเบียนได้

ทั้งนี้ ควรยื่นจดในประเภทสินค้า/บริการที่กว้างเพียงพอตั้งแต่แรก เพราะหากต้องการเพิ่มในภายหลัง ต้องยื่นคำขอใหม่และเสียค่าธรรมเนียมเพิ่ม

การจดแจ้งลิขสิทธิ์

แม้ลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้นอัตโนมัติ แต่การจดแจ้งกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักฐานสำคัญในการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ ปัจจุบันดำเนินการผ่านระบบออนไลน์ได้ โดยเตรียมตัวอย่างผลงาน บัตรประชาชน และข้อมูลการสร้างสรรค์

การคุ้มครองความลับทางการค้า

ความลับทางการค้าไม่มีระบบจดทะเบียน การคุ้มครองพึ่งพามาตรการภายในองค์กรเป็นหลัก ได้แก่

  • จัดทำสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูล (NDA) กับพนักงานและคู่ค้าทุกราย
  • จำกัดการเข้าถึงข้อมูล เฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องรู้จริง ๆ เท่านั้น
  • กำหนดนโยบายและขั้นตอนรักษาความลับในองค์กรอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร

ประมวลกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่ธุรกิจต้องรู้

ระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยประกอบด้วยกฎหมายหลายฉบับที่บังคับใช้ควบคู่กัน

  • พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) คุ้มครองงานสร้างสรรค์ทุกประเภท
  • พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ. 2522 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) คุ้มครองสิ่งประดิษฐ์และการออกแบบ
  • พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 คุ้มครองแบรนด์และตราสินค้า
  • พ.ร.บ. ความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 คุ้มครองข้อมูลทางธุรกิจที่เป็นความลับ

โทษสำหรับการละเมิดมีทั้งโทษทางแพ่งและอาญา โดยโทษอาญาอาจสูงถึงจำคุก 4 ปีและปรับไม่เกิน 800,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทการละเมิด นอกจากนี้ไทยยังเป็นสมาชิกของ WIPO ทำให้สามารถขอคุ้มครองในต่างประเทศผ่านระบบสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าได้

สิ่งที่ธุรกิจต้องระวัง ทั้งฝั่งปกป้องและฝั่งไม่ละเมิด

การเข้าใจทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่แค่การปกป้องตัวเอง แต่ยังหมายถึงการไม่ไปละเมิดสิทธิ์ของผู้อื่น ซึ่งเป็นสิ่งที่หลายธุรกิจทำผิดโดยไม่ตั้งใจ

  • ด้านลิขสิทธิ์ : การใช้ภาพ เพลง หรือเนื้อหาจากอินเทอร์เน็ตโดยไม่ตรวจสอบลิขสิทธิ์ แม้แต่ใน Presentation ภายในองค์กร
  • ด้านการจ้างงาน : การจ้าง Freelance หรือ Agency โดยไม่ระบุในสัญญาว่าลิขสิทธิ์เป็นของใคร ตามกฎหมายไทย ลิขสิทธิ์เป็นของผู้สร้างสรรค์ ไม่ใช่ผู้จ้างงาน เว้นแต่ระบุไว้ในสัญญา
  • ด้านเครื่องหมายการค้า : การตั้งชื่อสินค้าหรือแบรนด์ที่ใกล้เคียงกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งอาจถูกฟ้องได้แม้ไม่ได้ทำในหมวดสินค้าเดียวกัน
  • ด้านความลับทางการค้า : การที่พนักงานลาออกแล้วนำสูตร กระบวนการ หรือฐานข้อมูลลูกค้าไปใช้ในธุรกิจใหม่ เป็นข้อพิพาทที่พบบ่อยในอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยี

หากพบการละเมิด สามารถดำเนินการได้ทั้งการส่งหนังสือเตือนการร้องเรียนต่อแพลตฟอร์ม เช่น DMCA Takedown บน YouTube และดำเนินคดีทางกฎหมายเพื่อเรียกค่าเสียหาย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา

ลิขสิทธิ์กับสิทธิบัตรต่างกันอย่างไร?

ลิขสิทธิ์คุ้มครอง “การแสดงออก” ของความคิด เช่น ตัวบทเพลง ภาพวาด หรือโค้ดโปรแกรม ส่วนสิทธิบัตรคุ้มครอง “สิ่งประดิษฐ์” หรือ “กระบวนการ” ที่มีความใหม่และนวัตกรรม ลิขสิทธิ์ไม่ต้องจดทะเบียน เกิดขึ้นอัตโนมัติ แต่สิทธิบัตรต้องยื่นขอก่อนเผยแพร่เสมอ

ถ่ายรูปสินค้าเองแล้วโพสต์ขาย ลิขสิทธิ์ภาพเป็นของใคร?

หากถ่ายเองลิขสิทธิ์เป็นของคุณ แต่หากจ้างช่างภาพถ่าย ลิขสิทธิ์ตามกฎหมายเป็นของช่างภาพ เว้นแต่ระบุในสัญญาว่าโอนลิขสิทธิ์ทั้งหมดให้แก่ผู้จ้าง ดังนั้นควรระบุเรื่องนี้ในสัญญาจ้างให้ชัดเจนทุกครั้ง

AI สร้างงานได้ ลิขสิทธิ์เป็นของใคร?

เป็นประเด็นที่กฎหมายทั่วโลกยังถกเถียงกันอยู่ในไทย กฎหมายปัจจุบันระบุว่าลิขสิทธิ์เป็นของ “บุคคลธรรมดา” ผู้สร้างสรรค์ งานที่สร้างโดย AI ล้วน ๆ จึงอยู่ในพื้นที่สีเทา แต่หากมนุษย์มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและแก้ไขผลงาน มีแนวโน้มได้รับการคุ้มครองมากกว่า

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยของทรัพย์สินทางปัญญา

“เพียงแค่คิดก็ถือเป็นเจ้าของแล้ว” ไม่จริงสำหรับสิทธิบัตรซึ่งต้องจดทะเบียน “โพสต์บนโซเชียลแล้วก็คุ้มครองแล้ว” การเผยแพร่ไม่เทียบเท่าการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย หรือ “หาไม่เจอก็ไม่เป็นไร” การละเมิดยังคงเป็นความผิดตามกฎหมาย ไม่ว่าจะพบเห็นหรือไม่

สรุปทรัพย์สินทางปัญญา คือรากฐานที่ธุรกิจทุกขนาดต้องให้ความสำคัญ

ทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เรื่องสงวนไว้สำหรับบริษัทใหญ่เท่านั้น ทุกธุรกิจที่สร้างสรรค์ผลงาน ออกแบบแบรนด์ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ล้วนมีสิ่งที่ควรได้รับการปกป้องทั้งสิ้น 

หากทำความเข้าใจในประเภทของทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า หรือความลับทางการค้า ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจได้ว่าอะไรควรจดทะเบียน อะไรควรปกป้องด้วยสัญญา และอะไรต้องระวังไม่ให้ไปละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงบนรากฐานที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ให้ COTACTIC ดูแลธุรกิจของคุณ

เหมือนทีมการตลาดส่วนตัว

หากคุณต้องการยกระดับธุรกิจออนไลน์ด้วยการวางระบบที่แม่นยำและล้ำสมัย Cotactic Media เป็น Digital Marketing Agency ที่พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ช่วยคุณวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางการตลาดให้ตรงจุด เพื่อให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน

โทร. 065-095-9544

Inbox: m.me/cotactic 

Line: @cotactic

บทความที่เกี่ยวข้อง

Capex รู้จักรายจ่ายลงทุนที่ทุกธุรกิจต้องวางแผน

Capex คืออะไร? งบลงทุนสำคัญที่ทุกองค์กรต้องวางแผน

PDPA Thailand กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย

PDPA Thailand คืออะไร? สรุปกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทย

ต้องการหาทีม DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการหาทีม
DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ให้ Cotactic เป็นที่ปรึกษาดูแลธุรกิจ

เหมือนทีมส่วนตัวของคุณ

ลงทะเบียนให้เราติดต่อกลับ เพื่อแนะนำกลยุทธ์อิงประสบการณ์จริงจากการทำ

Digital Marketing ตลอด 9 ปี

ลูกค้าพูดถึงเราอย่างไร:

Jetts Fitness

Jetts Fitness

ทีม Cotactic มืออาชีพ อัปเดตสม่ำเสมอ แก้ปัญหาไว ให้คำแนะนำด้านการตลาดยอดเยี่ยม

LH Bank

LH Bank

ทีมช่วยเหลือเร็ว ให้คำแนะนำดี บริหารสื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพ แนะนำมากค่ะ

Chubb Life

Chubb Life

ทีมเข้าใจธุรกิจดี ให้คำปรึกษาตรงจุด ตอบเร็ว งานไว ทำงานด้วยแล้วอุ่นใจมาก

APRTECH

APRTECH

ร่วมงานหลายปี ทีมมืออาชีพ ตั้งเป้า-วัดผลชัดเจน ให้กลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ได้จริง

Siamchai Tent

Siamchai Tent

ใช้บริการมา 5 ปี ประทับใจทุกอย่างดูแลทุกรายละเอียด ทีมศึกษา เข้าใจบริษัทเป็นอย่างดีค่ะ

เริ่มต้นพูดคุยกับทีมของเรา