click
Table Of Contents
Table Of Contents
Table Of Contents

เจ้าของธุรกิจและนักการตลาดยุคดิจิทัล ต่างก็ต้องคุ้นหูกับศัพท์ในวงการการตลาดอย่าง Performance Marketing กันมาอยู่บ้าง แต่หลายคนอาจเข้าใจเพียงว่าเป็นการทำการตลาดออนไลน์เท่านั้น

Cotactic Media จึงขอถอดความลักษณะงานของ Performance Marketing มาให้ทุกคนเข้าใจกันอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ว่าคำจำกัดความจริง ๆ คืออะไร ครอบคลุมไปถึงส่วนไหน ซึ่งแน่นอนว่าต้องกว้างไกลไปตามเทคโนโลยีที่รุดหน้าขึ้นทุกวัน จนค่อย ๆ เชื่อมโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ นำมาซึ่งผลลัพธ์ทรงประสิทธิภาพควบคู่กับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้น

Performance Marketing คือ

Image7

Performance Marketing คือ การตลาดเชิงประสิทธิภาพ มีรูปแบบการทำการตลาดที่สามารถติดตามวัดผลลัพธ์ทุกแคมเปญการตลาดไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์ได้อย่างชัดเจน คำนวณผลตอบรับของโฆษณาว่ามีประสิทธิภาพคุ้มค่ากับเงินลงทุนหรือไม่ ช่วยให้ตั้งข้อสังเกตได้เร็ว และรู้ประเด็นที่ต้องปรับปรุงได้

ตั้งแต่เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปจนถึงงานสื่อสารการตลาด แบรนด์จะสามารถอุดช่องโหว่ หรือตอบสนองต่อความต้องการที่แท้จริงของลูกค้าได้ทันใจ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำการตลาด การตัดสินใจวางงบประมาณการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ได้อย่างสมเหตุสมผล เพื่อเจาะใจลูกค้าแต่ละกลุ่มเป้าหมายจากข้อมูลที่หมั่นวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมอ โดยมุ่งเน้นสะสมเป้าหมายระยะสั้นเพื่อจะคืบหน้าไปยังเป้าหมายใหญ่ในระยะยาวที่ตั้งไว้

นักการตลาดควรเริ่มต้นวางกลยุทธ์ Performance Marketing อย่างไร

เริ่มต้นเดินเกมวางหมากกลยุทธ์การตลาดในสนามแข่งขันที่ตนมีสิทธิ์เป็นผู้ชนะได้อย่างต่อเนื่อง ต้องสร้างโอกาสทางธุรกิจด้วย 5 ขั้นตอนสำคัญ ต่อไปนี้

1. วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและกำหนดภาพของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย

จุดเริ่มต้นก่อนการวางกลยุทธ์การตลาด Performance Marketing คือ การวิเคราะห์ข้อมูล Customer Insight เท่าที่พอจะหาได้ เพื่อนำมาสร้างภาพสมมติของลูกค้าที่มีอยู่ในใจเสมือนมีตัวตน หรือที่เรียกว่า Customer Persona ซึ่งสามารถผสมผสานข้อมูล 4 ชุดนี้เข้าด้วยกัน

1.1 Customer Demographics

ข้อมูลที่ได้จากระบบสมาชิกหรือแบบฟอร์มสำรวจความคิดเห็น ที่จะช่วยให้เรารู้จักภูมิหลังของลูกค้า ตั้งแต่ชื่อ-สกุล, ปีเกิด, เพศ, ภูมิลำเนา, ที่อยู่, อีเมล, เบอร์โทรศัพท์, การศึกษา, อาชีพ, สถานภาพ, ประเภทที่พักอาศัย, จำนวนสมาชิกในครอบครัว, ยานพาหนะ, และรายได้เฉลี่ยรายเดือน-รายปี เป็นต้น

1.2 Customer Interest

เจาะข้อมูลความสนใจเชิงลึก ลงรายละเอียดมากพอที่จะรู้จักบุคลิกภาพ รสนิยม และความชื่นชอบส่วนบุคคล เช่น

  • ลำดับความสำคัญของชีวิตในตอนนี้
  • แนวคิดที่เขายึดถือหรือบุคคลต้นแบบทางการงานและการดำเนินชีวิต
  • ระบุชื่อแบรนด์เครื่องอุปโภคและบริโภคที่ใช้จริง
  • เสพสื่อความบันเทิงรูปแบบใด ค่ายไหน หมวดหมู่ใด ขอให้ยกตัวอย่างเพลง หนังสือ และภาพยนตร์ในดวงใจออกมาได้ก็ยิ่งดี เป็นต้น
Image4

1.3 Customer Behavior

ข้อมูลที่ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังวิธีคิดในระดับลึก ที่สามารถนำมาสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์และบริการได้ หรือพิรามิดของ Harvard Business Review ที่เรียกว่า The Elements of Consumer Value รวบรวมได้จากการวิจัยตลาด, Customer Feedback, และ Customer Review

1.4 Customer Journey

มักสะสมอยู่ในระบบฐานข้อมูลของแบรนด์ที่เปิดตัวมาแล้วระยะหนึ่ง บ้างจัดเก็บด้วยระบบ CRM หรือเขยิบมาเป็น CDP เพื่อรวมศูนย์ถังข้อมูล จะช่วยให้นักการตลาดมองเห็นประวัติการเคลื่อนไหวและการตอบสนองของลูกค้ากับเรา จนสามารถแยกกลุ่ม Customer Segmentation ตามสเตจของ Marketing Funnel ได้ เพื่อออกแบบการสื่อสารแคมเปญการตลาดให้ตรงบริบทของลูกค้าแต่ละสเตจ แล้วค่อย ๆ พัฒนารูปแบบให้ดึงดูดใจลูกค้าตามธรรมชาติของการใช้งานแพลตฟอร์มนั้น ๆ

  • Touchpoint

ลูกค้ามีจุดเชื่อมต่อกับแบรนด์ในช่องทางใดบ้าง เช่น เขาอาจ Inbox เข้ามาผ่าน Social Media เพื่อสอบถามถึงผลิตภัณฑ์ออกใหม่ และเดินทางมาทด

ลองใช้ยังหน้าร้านก่อนตัดสินใจซื้อ เป็นต้น เราจึงต้องคอยตรวจสอบและพัฒนา Customer Experience เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารการตลาด จนถึงการให้บริการก่อนและหลังการขาย เพื่อเพิ่มประสบการณ์ดี ๆ ที่น่าจดจำแก่ลูกค้าตลอดเส้นทางอย่างเหมาะสมกับอุปกรณ์ แพลตฟอร์ม และช่องทางที่ลูกค้าเข้ามาปฏิสัมพันธ์ด้วยในแต่ละจุด Touchpoint นั่นเอง

  • Transaction

รายการใช้จ่ายจริงในแต่ละครั้งอาจบ่งบอกอะไรหลายอย่าง อนุมานได้ถึงสถานะทางการเงิน สถานภาพ จนถึงความใส่ใจส่วนบุคคลของผู้ซื้อ เช่น คุณ A ซื้อเสื้อผ้าเด็กเล็กที่ทอมาจากวัสดุธรรมชาติในร้าน Luxury Brand ก็พอจะบอกได้ว่าเธอเป็นคุณแม่หรือคุณน้าผู้ใส่ใจโลกและมีฐานะร่ำรวย เป็นต้น

  • Location

กำหนดตามพิกัดจุดที่ซื้อ หรืออิงจากพื้นที่ในวงรอบละแวกบ้าน ที่ทำงาน  ห้างสรรพสินค้า หรือสถานที่พักผ่อน ที่ลูกค้ามักจะแวะเวียนไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์และบริการของเรา

ในกรณีเป็นแบรนด์น้องใหม่ ไม่มีข้อมูลเลยก็ยังสามารถตั้งต้นสมมติฐานจาก Customer Value Proposition โดยหาทางตอบสนองความต้องการให้ตรง Pain Point ของลูกค้าด้วย Solution ที่ตอบโจทย์

2. ตั้งคำถามและทดสอบสมมติฐาน

หลังจากทำการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเบื้องต้นแล้ว หากยังค้างคาใจตรงไหนอยู่สามารถเจาะลึกเพิ่มเติมเพื่อตอบสมมติฐานเพิ่มเติม ก่อนนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจทำการตลาดออนไลน์

Image1

2.1 สงสัยให้สำรวจข้อมูลเพิ่มด้วยวิธี Online Market Research

ทำวิจัยตลาดออนไลน์ผ่าน Online Survey โดยควรจะจัดส่งแบบสำรวจไปพร้อมข้อเสนอที่มีมูลค่ามากพอให้ลูกค้ายินยอมมอบข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม หรือผ่านเครื่องมือของแพลตฟอร์มออนไลน์ของแบรนด์เองอย่าง Website Analytics , App Analytics รวมถึงแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการทำโฆษณาออนไลน์ค่ายต่าง ๆ ผ่าน Social Media Analytics และ Search Intent Data Analytics ที่จะทิ้งเบาะแส อย่างเช่น ปริมาณการค้นหา ช่วงเวลา ระยะเวลา และความถี่ในการทำกิจวัตรของผู้ใช้ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของแบรนด์ เป็นต้น

2.2 ทดสอบชุดโฆษณา A/B Testing เพื่อพิสูจน์สมมติฐาน

ก่อนจะลงทุนงบประมาณก้อนใหญ่ ให้ลองใส่งบตั้งต้นก้อนเล็ก ๆ เป็นการทดสอบสร้างระลอกคลื่นน้อย ๆ ก่อน เมื่อแน่ใจแล้วว่ารูปแบบการสื่อสารไหนได้รับเสียงตอบรับดีจึงค่อยอัดฉีดเพิ่มเติม

3. ตั้งเป้าหมายอย่างเจาะจงและกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน

ขึ้นชื่อว่าเป้าหมายจะต้องท้าทายความสามารถของทีมการตลาด โดยเพิ่มระดับความยากให้พอที่จะสู้ไหวในสภาวะเศรษฐกิจ และจำนวนคู่แข่งขันในอุตสาหกรรม โดยไม่ลืมตั้ง Marketing Goals ให้สอดคล้องกับ Business Goals

ในทุก ๆ เป้าหมายต้องเจาะจงเป็น S.M.A.R.T. Goals เพื่อจะสามารถติดตามวัดผลและพัฒนาได้อย่างตรงจุด ซึ่งเป้าหมายการตลาดจะขาดการวางกลยุทธ์การตลาดไปไม่ได้ เนื่องจากการเดินเกมระยะยาวจะต้องรู้ทิศ คอยตรวจสอบไม่ให้ออกนอกเส้นทาง และรู้ว่าเราต้องทำอย่างไรจึงจะไปถึงจุดหมายนั้น

Image3

สมมติว่าเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดแบบญี่ปุ่น ที่เน้นคุณค่า ความจริงใจ จริงจัง ใส่ใจ และสม่ำเสมอ ที่เรียกว่า Makoto Marketing ซึ่งสามารถสืบทอดแบรนด์มาอย่างยาวนานเกิน 100 ปี โดยไม่เคยตกยุคสมัย เพราะคอยสังเกตปัญหาอย่างละเอียดอ่อน นำเสียงสะท้อนจากลูกค้ามาปรับปรุงพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ เจาะความต้องการของลูกค้ากลุ่ม Niche และหาลูกค้ารุ่นใหม่เพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากคอยปรับปรุงผลิตภัณฑ์ไปจนถึงการสื่อสารการตลาดไปตามยุคสมัย แต่ยังคงตอกย้ำหัวใจของแบรนด์เอาไว้ดังเดิม

หากสามารถจับสังเกต ระบุปัญหาได้ไว และบอกได้ชัดเจนเป็นข้อ ๆ แล้วนำมากำหนดตัวชี้วัด อย่างเช่น จำนวนที่ช่วยแก้ปัญหาสำเร็จ ความถี่ถ้วนของการแก้ปัญหา และระยะเวลาที่ใช้แก้ปัญหาได้ ก็สามารถวัดผลกลายเป็น Performance Marketing ได้เช่นกัน

Image5

ส่วนการวัดผลการทำการตลาดดิจิทัลหรือโฆษณาออนไลน์นั้น มักจะมี 4 ตัวชี้วัด ต่อไปนี้

3.1 Cost Per Acquisition (CPA)

หรือ Pay Per Sale (PPS) ค่าใช้จ่ายต่อการซื้อรายครั้ง เหมาะสำหรับแคมเปญที่ต้องการผลักดันยอดขาย สามารถวัดผลได้จากจำนวนการขายที่เกิดขึ้นจริง การเรียกเก็บเงินจะเกิดขึ้นเมื่อแพลตฟอร์มต้นทางจะได้รับเงินจากเราทุกครั้งที่มีการคลิกซื้อสินค้าหรือบริการ

3.2 Cost Per Lead (CPL)

หรือ Pay Per Lead (PPL) ค่าใช้จ่ายต่อหัว เหมาะสำหรับแคมเปญที่ต้องการรวบรวมข้อมูลผู้สนใจผ่านการกรอกฟอร์ม สามารถวัดผลได้จากจำนวน Lead ที่เกิดขึ้น การเรียกเก็บเงินจะเกิดขึ้นเมื่อมีผู้ใช้กรอกข้อมูลติดต่อกลับ

3.2 Cost Per Click (CPC)

หรือ Pay Per Click (PPC) ค่าใช้จ่ายต่อคลิก เหมาะสำหรับแคมเปญที่ต้องการเพิ่มจำนวนคลิกเข้าเว็บไซต์หรือหน้า Landing Page สามารถวัดผลได้จากจำนวนคลิกที่เกิดขึ้น การเรียกเก็บเงินจะเกิดขึ้นเมื่อมีการคลิกลิงก์ (ไม่นับรวม Organic Traffic)

3.4 Cost Per Impression (CPM)

หรือ Pay Per Mille (PPM) ค่าใช้จ่ายต่อการแสดงผล 1,000 ครั้ง สามารถวัดผลได้จากจำนวนครั้งที่โฆษณาแสดงผลให้คนเห็นบนแพลตฟอร์มของสื่อออนไลน์ การเรียกเก็บเงินจะเกิดขึ้นทุก ๆ 1,000 ครั้งที่โฆษณาแสดงผล

4. เลือกช่องทางที่เหมาะสมแก่การทำโฆษณาออนไลน์

ทุกวันนี้เรามีหลากหลายช่องทางสื่อสารกับลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่สามารถติดตามวัดผลตัวเลขดิจิทัลได้อย่างละเอียด รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ได้แก่

Image2
4.1 Email Marketing

ส่งข่าวสารโปรโมชันสุดคุ้มไปหาลูกค้าสมาชิกผ่านทางอีเมล เป็นช่องทางพื้นฐานของการสื่อสารการตลาดที่ยังไม่ตกยุค หากทำให้ลูกค้ายินดี Subscribe ต่อเนื่องได้ก็อาจสร้างยอดซื้อซ้ำได้สม่ำเสมอ

4.2  Search Engine Marketing (SEM)

โฆษณาเว็บไซต์บน Google โดยอ้างอิงจากคำค้นที่มีผู้สนใจค้นหาสูง

4.3  Social Media Advertising

ทั้ง Facebook, Instagram, X, TikTok หรือ LINE OA เลือกสื่อสารการตลาดในแพลตฟอร์มไหนต้องออกแบบให้เข้ากับพฤติกรรมการใช้งานของกลุ่มเป้าหมาย

4.4 Digital Display Advertising

สร้างป้ายโฆษณาดิจิทัลขึ้นประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ หรือเว็บบอร์ดสาธารณะที่มีจำนวนผู้เข้าชมสูง

4.5 Native Advertising หรือ Branded Content

เลือกออกสื่อออนไลน์ให้สัมภาษณ์ หรือจ้างสื่อรายนั้นผลิตเนื้อหาที่เอ่ยถึงแบรนด์ รวมถึงการจ้าง Content Creator ที่มีฐานแฟนตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรา ช่วยสร้างคอนเทนต์นำเสนอเนื้อหาสาระและความบันเทิงที่สนุกน่าติดตามบนพื้นที่สื่อโซเชียลของเขาเอง

4.6 Affiliate Marketing

สร้างยอดขายจาก User Generated Content (UGC) รีวิวจากผู้ใช้จริง หรือ Influencer นักรีวิวชื่อดังที่ช่วยป้ายยาขายของแทนเรา โดยเขาจะได้รับส่วนแบ่งรายได้ หากมีคนคลิกลิงก์กดสั่งซื้อตาม

5. คำนวณปัจจัยที่บ่งบอกความคุ้มค่าทางการลงทุนในการสื่อสารการตลาดออนไลน์

Image6

มี 2 ปัจจัยที่ควรพิจารณาควบคู่กัน เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนทำโฆษณานั้นได้ผลตอบรับที่น่าพอใจ

5.1 Customer Lifetime Value (CLTV)

หมายถึง มูลค่าการสั่งซื้อของลูกค้าประจำตลอดระยะเวลาการใช้งานหรือคงสถานะการเป็นสมาชิก เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจในการประเมินความสัมพันธ์กับลูกค้า ช่วยให้ธุรกิจตัดสินใจด้านการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สูตรคำนวณ CLTV พื้นฐาน:

CLTV =  Average Purchase Value (ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้ง)  x  Purchase Frequency (จำนวนครั้งที่ซื้อต่อปี)  x  Average Customer Lifespan (ค่าเฉลี่ยระยะเวลาการเป็นสมาชิก)

CLTV = 1,000 บาท/ครั้ง  x  4 ครั้ง/ปี  x  5 ปี = 20,000 บาท

ซึ่งการผูกสูตร CLTV นั้นขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกิจ หากทำโปรโมชันให้ส่วนลด ต้องนำ Discount Rate มาคำนวณในสมการด้วย

5.2 Return On Ad Spend (ROAS)

หมายถึง ผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณา

สูตรคำนวณ ROAS:

ROAS =  มูลค่าการสั่งซื้อจากการโฆษณา / งบประมาณโฆษณา

15,000 บาท / 1,500 บาท = 10 บาท

หมายความว่า ทุก ๆ 1 บาทที่ลงทุนในโฆษณา จะได้รับผลตอบแทนกลับมา 10 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการลงทุนโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ

โดยไม่ลืมคำนวณ ROI ต้นทุนการจัดการอื่น เช่น ค่าผลิตชิ้นงานโดยใช้ทรัพยากรและบุคลากรภายใน หรือค่าใช้จ่ายในการจัดกิจกรรม และของสมนาคุณต่าง ๆ เข้าไปด้วย

ทั้งหมดนี้ Cotactic ถ่ายทอดมาจากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญของเรา หวังว่าจะช่วยให้นักธุรกิจและนักการตลาดเข้าใจภาพกว้างและลึกของกลยุทธ์ Performance Marketing เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารการตลาด ประเมินปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิผล ทั้งในเรื่องทรัพยากรบุคคล เวลา และงบประมาณการตลาดที่ต้องจัดสรรวางสัดส่วนให้สอดคล้องกับกิจกรรมการตลาด ที่กำลังจะเกิดขึ้นตามลำดับความสำคัญ

อีกทั้งแนวคิดนี้ยังสามารถนำไปประกอบการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เพื่อจะพาธุรกิจของคุณพุ่งทะยานขึ้นไปพร้อมกันทุกภาคส่วน แล้วหลังจากนี้จะเป็นเรื่องของกระบวนการลงมือทำให้เกิดผล และเรียนรู้บทเรียนระหว่างทาง ไม่หยุดพัฒนาปรับปรุงผลลัพธ์ให้ดีขึ้นทีละนิด จนกว่าทีมของคุณจะพาแบรนด์ส่งมอบคุณค่าที่ดีต่อใจ และดีต่อธุรกิจได้อย่างที่มุ่งมั่นตั้งใจ

สนใจปรึกษา Cotactic

เราคือหนึ่งใน Performance Marketing Agency คู่หูเจ้าของธุรกิจ ถ้าหากแบรนด์คุณยังไม่มีทีมการตลาด หรือคุณเป็นนักการตลาดที่ต้องการผู้ช่วยทำโฆษณาให้ติดตลาดออนไลน์ ไม่อยากสูญเงินเปล่าให้แพลตฟอร์มโฆษณาจากการลองผิดลองถูกเองแล้วไม่ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

ลองให้ Cotactic Media เสือในวงการ Digital Marketing Agency อย่างเรา ที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญด้าน Performance Marketing ประสบการณ์กว่า 8 ปี มาเป็นผู้ช่วยคุณวางกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมั่นใจ มีตัวชี้วัดที่ชัดเจน วัดผลได้ทุกโจทย์ธุรกิจ สร้างยอดขายกลับมาคุ้มค่าแก่การลงทุนในโฆษณา

ติดต่อขอรับคำปรึกษาฟรีจาก Cotactic ได้ก่อนตัดสินใจรับบริการ เพียงกรอกข้อมูลเพื่อให้เรารู้โจทย์ที่ท้าทายของคุณเบื้องต้น คลิกที่นี่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 065 095 9544

Sources:

บทความที่เกี่ยวข้อง

Withholding Tax สรุปภาษีหัก ณ ที่จ่าย สำคัญยังไง?

Withholding Tax คืออะไร? สรุปครบทุกประเด็นของภาษีหัก ณ ที่จ่าย

Business Model Canvas รู้จักวางแผนธุรกิจให้ชัดเจน

Business Model Canvas คืออะไร? สรุปวิธีวางแผนธุรกิจให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น

ต้องการหาทีม DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการหาทีม
DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ให้ Cotactic เป็นที่ปรึกษาดูแลธุรกิจ

เหมือนทีมส่วนตัวของคุณ

ลงทะเบียนให้เราติดต่อกลับ เพื่อแนะนำกลยุทธ์อิงประสบการณ์จริงจากการทำ

Digital Marketing ตลอด 9 ปี

ลูกค้าพูดถึงเราอย่างไร:

Jetts Fitness

Jetts Fitness

ทีม Cotactic มืออาชีพ อัปเดตสม่ำเสมอ แก้ปัญหาไว ให้คำแนะนำด้านการตลาดยอดเยี่ยม

LH Bank

LH Bank

ทีมช่วยเหลือเร็ว ให้คำแนะนำดี บริหารสื่อออนไลน์มีประสิทธิภาพ แนะนำมากค่ะ

Chubb Life

Chubb Life

ทีมเข้าใจธุรกิจดี ให้คำปรึกษาตรงจุด ตอบเร็ว งานไว ทำงานด้วยแล้วอุ่นใจมาก

APRTECH

APRTECH

ร่วมงานหลายปี ทีมมืออาชีพ ตั้งเป้า-วัดผลชัดเจน ให้กลยุทธ์ออนไลน์ที่ใช้ได้จริง

Siamchai Tent

Siamchai Tent

ใช้บริการมา 5 ปี ประทับใจทุกอย่างดูแลทุกรายละเอียด ทีมศึกษา เข้าใจบริษัทเป็นอย่างดีค่ะ

เริ่มต้นพูดคุยกับทีมของเรา