click
เจ้าของธุรกิจต้องอ่าน!
รวม 20 รายชื่อเอเจนซี่ สำหรับประกวดราคา
Table Of Contents
Table Of Contents
Table Of Contents

รู้หรือไม่ว่า? การตลาดผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media Marketing หรือ SMM) ได้กลายเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ และธุรกิจไม่สามารถมองข้ามได้อีกต่อไป เนื่องจากการเติบโตของแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook, Instagram, Twitter, TikTok, LinkedIn ทำให้ธุรกิจสามารถใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ เพิ่มการเข้าถึงลูกค้า เชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทำให้กลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในยุทธศาสตร์การตลาด

โดยในบทความนี้ Contactic จะพาคุณไปเจาะลึกถึงการตลาดผ่าน Social Media Marketing พร้อมเผยเทคนิคกลยุทธ์ที่ธุรกิจสามารถนำไปใช้ในการเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสม สร้างการเติบโตในตลาดที่มีการแข่งขันสูงในโลกออนไลน์

Social Media Marketing คืออะไร?

Social Media Marketing (SMM) คือ

คือ การใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, TikTok, X (Twitter), LINE เป็นต้น เพื่อสร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย เพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ของธุรกิจ ซึ่งการทำการตลาดดิจิทัลบนแพลตฟอร์มออนไลน์จะมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ช่วยให้นักการตลาดสามารถติดตามผลลัพธ์จากแคมเปญต่าง ๆ ปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่น่าสนใจจาก DataReportal ได้เผยให้เห็นว่าในช่วงต้นปี 2023 มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั่วโลกถึง 4.76 พันล้านคน คิดเป็นมากกว่า 59% ของประชากรโลก สถิตินี้ได้สะท้อนถึงความสำคัญของโซเชียลมีเดียในยุคปัจจุบัน อันเป็นบทบาทสำคัญในกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลของธุรกิจทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถขยายการเติบโตทางการตลาดด้วยต้นทุนที่ยืดหยุ่นที่ปรับแต่งได้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่องทางโฆษณาแบบดั้งเดิม เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หรือป้ายโฆษณา ทำให้กลยุทธ์การทำการตลาดประเภทนี้เป็นที่นิยม และสามารถทำได้หลายรูปแบบ เช่น

ประเภทของ Social Media

1. Social Networking

ใช้แพลตฟอร์ม Social Media เช่น Facebook, Instagram, Twitter, LinkedIn ในการเชื่อมต่อกับกลุ่มลูกค้าเพื่อสร้างการรับรู้ถึงตัวธุรกิจ เพิ่มโอกาสในการขาย เช่น การใช้ Facebook เป็นช่องทางหลักในการโปรโมตธุรกิจ, ตอบโต้กับลูกค้า, สร้างชุมชนผ่านเพจหรือกลุ่ม, Instagram โดยการใช้ Reels, Stories, IG Live เพื่อดึงดูดความสนใจ สร้างการมีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์, Twitter (X) ใช้ในการโพสต์สั้น ๆ รวมทั้งอัปเดตข่าวสาร พูดคุยกับผู้ติดตาม ซึ่งทำให้ธุรกิจมีตัวตนบนกระแสสังคม หรือ LinkedIn ที่ใช้ในการผลิตสื่อ สร้างพื้นที่ Business Networking เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในตัวธุรกิจ เป็นต้น

2. Content Marketing

หนึ่งในกลยุทธ์การตลาดผ่าน Social Media Marketing ที่มุ่งเน้นการเผยแพร่เนื้อหาที่มีคุณค่า เพื่อให้ข้อมูล ให้ความรู้ ให้ความบันเทิงแก่กลุ่มเป้าหมาย โดยไม่เน้นการขายตรง แต่ใช้การสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่ให้คุณค่าเป็นตัวดึงดูดลูกค้าให้สนใจ แทนที่จะมุ่งโฆษณาสินค้า ตัวอย่างเช่น Blog Posts, Social Media Captions เพื่อให้ความรู้ แบ่งปันไอเดีย สร้างการมีส่วนร่วม, Infographics ในการนำเสนอข้อมูลที่ซับซ้อนให้อ่านง่ายน่าสนใจ เป็นต้น อ่านเพิ่มเติม

3. Video Marketing

การใช้วิดีโอเป็นสื่อหลักในการทำการตลาดบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากวิดีโอสามารถดึงดูดความสนใจ ช่วยให้ผู้ชมจดจำข้อมูลได้ดีกว่าข้อความเพียงอย่างเดียว อีกทั้งพฤติกรรมของผู้บริโภคยังมีแนวโน้มรับชมวิดีโอมากกว่าการอ่านเนื้อหาที่ยาว เช่น การทำวิดีโอ Product Review-Unboxing เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ, Behind-the-Scenes เพื่อเปิดมุมมองเบื้องหลังธุรกิจให้ลูกค้ารู้จักมากขึ้น, How-to & Tutorial Videos เพื่อให้ความรู้ในการใช้งานสินค้า, ไวรัลวีดีโอ คอนเทนต์สั้นแชร์ง่ายเข้าถึงไว และที่ขาดไม่ได้คือ Video Ads เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อ การสมัครบริการนั่นเอง อ่านเพิ่มเติม

4. Influencer Marketing

การใช้บุคคลที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Bloggers, YouTubers, TikTokers, Instagrammers, ดารา-เซเลบริตี้ กลายเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการโปรโมตสินค้าบริการ โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของบุคคลที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ในการโน้มน้าวให้ผู้ติดตามสนใจ ตัดสินใจซื้อสินค้า ตัวอย่างเช่น Nano Influencers ที่เหมาะกับธุรกิจธุรกิจเล็ก ต่อมาคือ Macro-Influencers เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย ปิดท้ายด้วย Mega-Influencers เหมาะกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดขนาดใหญ่ และ KOLs (ผู้เชี่ยวชาญในสายงาน) เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือในระดับสูง

5. Social Commerce

การขายสินค้าบริการผ่านแพลตฟอร์ม Social Media โดยตรง เช่น Facebook Shops, Instagram Shopping, TikTok Shop ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกดูสินค้า สั่งซื้อ ชำระเงินได้ทันที โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปยังเว็บไซต์อื่น ลดขั้นตอนที่อาจทำให้ลูกค้าลังเล เปลี่ยนใจระหว่างทาง นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถโพสต์สินค้า เลือกใช้ Live Commerce เพื่อกระตุ้นการขายแบบเรียลไทม์ เพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้ทันที อีกทั้งระบบอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มยังช่วยนำเสนอสินค้าโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะสม ทำให้การตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ตรงจุด

6. Paid Advertising

การทำโฆษณาแบบเสียเงินช่วยให้ธุรกิจสามารถโปรโมตโพสต์สินค้าบริการ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Ads, Instagram Ads, TikTok Ads, Google Ads โดยทางธุรกิจสามารถกำหนดรูปแบบการทำ Paid Advertising ได้หลากหลายแบบ เช่น CPC (Cost-Per-Click) ซึ่งจะคิดค่าโฆษณาตามจำนวนคลิก, CPM (Cost-Per-Mille) ที่คิดค่าโฆษณาตามการแสดงผลทุก ๆ 1,000 ครั้ง, CPA (Cost-Per-Action) โดยคิดค่าโฆษณาเมื่อมีการกระทำบางอย่าง เช่น กรอกฟอร์ม กดสั่งซื้อสินค้า

7. Community Marketing

ปัจจุบันธุรกิจที่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ จะมีโอกาสเติบโตยั่งยืน โดยหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของ Community Marketing การตลาดผ่านชุมชนออนไลน์เป็นมากกว่าการสื่อสารแบบทางเดียว แต่เป็นการสร้างพื้นที่ให้ลูกค้าได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แชร์ประสบการณ์ มีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจในลักษณะที่เป็นธรรมชาติ โดยแพลตฟอร์มที่นิยมใช้ ได้แก่ Facebook Groups, Reddit, Discord, Pantip แหล่งคอมมูนิตี้ดังกล่าว สามารถสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มลูกค้าได้โดยตรง ช่วยกระตุ้นการมีส่วนร่วมของสมาชิก ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แชร์ประสบการณ์ สร้างความผูกพันกับแบรนด์

8. Viral Marketing

มุ่งเน้นการสร้างเนื้อหาที่สามารถกระจายไปอย่างรวดเร็วผ่านการแชร์ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ต โดยอาศัยพลังของโซเชียลมีเดีย ผ่านการบอกต่อแบบปากต่อปาก (Word-of-Mouth) ช่วยให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักในวงกว้างโดยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการโฆษณา กลยุทธ์หลักของการตลาดรูปแบบนี้มักอยู่ที่การสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจ กระตุ้นให้ผู้คนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการสร้างมุกตลก มีม (Memes) การออกแบบแคมเปญที่กลายเป็นกระแส (Trending Viral) การตั้ง Challenge ที่ผู้คนอยากเข้าร่วม

นอกจากนี้ คอนเทนต์ที่เน้นอารมณ์ (Emotional Content) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ หรือเนื้อหาที่มีความซาบซึ้งกินใจก็มักได้รับความนิยม เพราะกระตุ้นให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงอยากส่งต่อให้กับผู้อื่น สร้างโอกาสในการเติบโตโดยใช้พลังของผู้บริโภคเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

ความสำคัญของ Social Media Marketing

"ความสำคัญของ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจยุคดิจิทัล เพราะช่วยให้ผู้คนเข้าถึงธุรกิจได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งนอกจากจะเป็นช่องทางโปรโมตสินค้าบริการแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในการสร้างธุรกิจ สร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการทำธุรกิจให้เติบโต ได้ดังนี้

1.ช่วยสร้างการรับรู้ธุรกิจ (Brand Awareness)

ด้วยศักยภาพของกลยุทธ์การตลาดนี้สามารถกระจายข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็วจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง Brand Awareness ให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยการใช้คอนเทนต์ที่น่าสนใจ ดึงดูดความสนใจจากลูกค้า สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ธุรกิจใหม่อาจใช้ Instagram, TikTok เป็นช่องทางหลักในการโปรโมตธุรกิจ ผ่านภาพ วิดีโอสั้น คอนเทนต์ไวรัล เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้

2.สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Engagement)

การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Engagement) ผ่าน Social Media Marketing (SMM) เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการสร้างการสื่อสารที่เปิดกว้าง ใกล้ชิดกับลูกค้า โดยเฉพาะการทำ Community Marketing ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ การสร้างกลุ่ม Facebook หรือ Discord เป็นต้น ถือเป็นหนึ่งในแนวทางที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การตอบคอมเมนต์ ข้อความจากลูกค้าในช่องทาง Social Media ต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความใกล้ชิด ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งขึ้น

3.ช่วยเพิ่มยอดขายและ Conversion Rate

กลยุทธ์การตลาด SMM มีประสิทธิภาพในการสร้าง Lead Generation เพิ่ม Conversion ให้กับธุรกิจ เนื่องจากสามารถเข้าถึงผู้คนได้ในวงกว้าง ทั้งจากการสร้างสรรค์คอนเทนต์ การโฆษณาที่มีการปรับแต่งตามพฤติกรรมผู้ใช้ ซึ่งจะช่วยดึงดูดความสนใจของลูกค้านำไปสู่การตัดสินใจซื้อสินค้า หรือสมัครใช้บริการ เช่น การสั่งซื้อผ่าน Facebook Shops, Instagram Shopping หรือ TikTok Shop โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม ซึ่งทำให้การซื้อขายสะดวกรวดเร็ว ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น

4.ลดต้นทุนโฆษณาเมื่อเทียบกับช่องทางดั้งเดิม

เมื่อธุรกิจสามารถควบคุมการผลิตสื่อเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่องทางโฆษณาแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ ป้ายโฆษณา (Billboard) ซึ่งมักจะใช้งบที่สูง เริ่มต้นตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท แต่ด้วยพลังของ Social Media, Paid Ads แบรนด์สามารถสร้างคอนเทนต์เพื่อโปรโมตสินค้าได้เอง โดยใช้งบเริ่มต้นเพียงหลักร้อยบาทเท่านั้น นอกจากต้นทุนที่ลดลง การทำโฆษณาออนไลน์ยังตอบโจทย์ธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจใหม่ที่ต้องการสร้างตัวตนในตลาด เพราะสามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ เพียงเลือกยิงโฆษณาให้ตรงกับความสนใจของลูกค้า ทำให้ทุกบาทที่ลงทุนไปเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

5.วิเคราะห์และวัดผลได้อย่างแม่นยำ

หนึ่งในข้อได้เปรียบของการตลาดประเภทนี้คือ การเข้าถึงเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลโดยที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย อย่างแพลตฟอร์ม Facebook ที่มีข้อมูล Insights, Google Analytics เป็นต้น ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวัดผล ปรับกลยุทธ์ทางการตลาดได้แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น คอนเทนต์แบบไหนได้ผลดีมี Engagement, กลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมการใช้งานอย่างไร เมื่อมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำทางธุรกิจก็จะสามารถนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ นำไปสู่การวางแผนทำให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น

สถิติการใช้ Social Media Marketing

"สถิติการใช้

โซเซียลมีเดียได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลก โดยผลการรายงานของ backlinko แสดงให้เห็นว่าในเดือนมกราคม ปี 2025 มีผู้ใช้บริการโซเชียลมีเดียมากกว่า 5 พันล้านคน และใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมงในแต่ละวัน ไปกับการท่องโลกออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทำให้การตลาดผ่านโซเซียลมีเดียกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขยายธุรกิจ เพิ่มยอดขาย พัฒนาธุรกิจ สร้างการรับรู้ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กลยุทธ์การตลาดบนโซเชียลมีเดียประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องเข้าใจข้อมูล สถิติเฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม เนื่องจากการวิเคราะห์แนวโน้มพฤติกรรมผู้ใช้จะช่วยให้สามารถกำหนดแนวทางที่เหมาะสม นำเสนอคอนเทนต์ได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

  • Facebook  แพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับนักการตลาด โดย 93% ของธุรกิจได้รับผลลัพธ์ที่ดีจากโฆษณาบนแพลตฟอร์มนี้
  • Instagram พบว่ามีผู้ใช้งานสูงถึง 70% ตัดสินใจซื้อสินค้าจากโพสต์ หรือโฆษณาที่พวกเขาพบในแอปพลิเคชัน
  • LinkedIn เป็นแพลตฟอร์มอันดับต้น ๆ สำหรับการตลาด B2B โดยช่วยสร้างความเชื่อถือและเชื่อมต่อธุรกิจให้เติบโต พร้อมทั้งมีเครื่องมือโฆษณาที่ช่วยโปรโมตสินค้าและบริการให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • TikTok เป็นแอปที่กลุ่มวัยรุ่น Gen Z ใช้บริการมากที่สุดจากการรายงานของ backlinko ตัวแอปมีระบบช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถค้นพบสินค้าใหม่บนแพลตฟอร์มได้สูงถึง 83%
  • Youtube  เป็นแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้ออนไลน์ใช้เวลามากที่สุด และมีผู้ใช้บริการจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านคนทั่วโลก ที่เลือกชำระเงินให้กับบริการภายในแอปพลิเคชัน
  • X (Twitter) จากการรายงานของ Datareportal ชี้ให้เห็นว่าผู้ใช้งานกว่า 78% เน้นไปที่คาดหวังคำตอบสำหรับคำถามฝ่ายบริการลูกค้ามากกว่าการเข้าถึงโฆษณา เหมาะสำหรับบริการหลังการขายโดยตรง

สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า Social Media ไม่ใช่แค่เครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นโอกาสในการขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มยอดขาย

ช่องทางการทำ Social Media Marketing

แพลตฟอร์มโซเซียลมีเดีย

สำหรับแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียในปัจจุบันนับว่ามีหลากหลายประเภท หลายรูปแบบ โดยแต่ละแพลตฟอร์มล้วนมีจุดเด่น กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนั้น การเลือกใช้ Social Media Marketing (SMM) ให้เหมาะสมกับธุรกิจจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแต่ละช่องทางจะสามารถมอบประโยชน์ทางธุรกิจของคุณได้อย่างไร มาดูกัน

1.Facebook

แพลตฟอร์มหลักและช่องทางออนไลน์ที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก โดยเหมาะสำหรับการสร้างธุรกิจ การโฆษณา การขายสินค้า ด้วยการใช้ Facebook Ads เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้แม่นยำ พร้อมทั้งมีระบบรองรับ Facebook Shops ทำให้ขายของออนไลน์ได้สะดวกขึ้น

จุดเด่น

มีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่ ครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ มีเครื่องมือโฆษณาระบบเชิงลึก สามารถยิงแอดได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ทางธุรกิจได้ตั้งไว้ ทั้งยังมีฟีเจอร์ Live สดที่ช่วยเพิ่มยอดขายแบบเรียลไทม์

2.Instagram

เป็นช่องทางการทำโษณา การตลาดออนไลน์ ที่ติดท็อปอันดับต้น ๆ มาอย่างยาวนาน เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการโชว์สินค้าผ่านภาพ ตัวหนังสือ วิดีโอ โดยสามารถใช้ Instagram Shopping ให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้โดยตรงจากโพสต์ และดึงดูดผู้ติดตามผ่าน Reels กับ Stories เพื่อเพิ่ม Engagement

จุดเด่น

เหมาะสำหรับธุรกิจแฟชั่น ความงาม อาหาร  ไลฟ์สไตล์ มียอด Engagement สูง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ รวมทั้งยังมีฟีเจอร์ Story กับ Reel ที่ช่วยเพิ่มยอดการมองเห็น ส่งผลให้ดึงดูดกลุ่มลูกค้าได้ง่ายขึ้น

3.TikTok

หนึ่งในเครื่องมือโซเซียลมีเดียที่เติบโตเร็ว เน้นการทำคอนเทนต์ผ่านวิดีโอสั้น (Short Form Video) ความยาวไม่เกิน 1-3 นาที ที่สามารถสื่อสารกับผู้บริโภคได้ง่าย รวดเร็ว เหมาะสำหรับการสร้างกระแสไวรัลผ่านชาเลนจ์ หรือคอนเทนต์สนุก ๆ บันเทิง ที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมกับธุรกิจ ช่วยให้ธุรกิจเป็นที่รู้จัก

จุดเด่น

เข้าถึงกลุ่มวัยรุ่น Gen Z วัยทำงาน มี Algorithm ที่มีประสิทธิภาพ สามารถทำให้คอนเทนต์กลายเป็นไวรัลได้ง่าย มีระบบ TikTok Ads & TikTok Shop ช่วยโปรโมตขายสินค้าได้โดยตรง ทั้งยังมีฟีเจอร์ TikTok Live + ตะกร้าสินค้า ทำให้ลูกค้าสามารถซื้อของได้ทันทีระหว่างการรับชมไลฟ์สด

4.YouTube

แพลตฟอร์มวิดีโอแบบ Long-form Content ที่เหมาะสำหรับการให้ความรู้ รีวิวสินค้า หรือสร้างคอนเทนต์ที่ให้ทั้งสาระ ความบันเทิง ด้วยจำนวนผู้ใช้ที่เยอะ YouTube จึงเป็น ช่องทางที่ช่วยให้ธุรกิจเป็นที่จดจำได้ง่าย ผ่านการเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์หรือ Sponsor ผู้สนับสนุนของรายการต่าง ๆ

จุดเด่น

เหมาะสำหรับคอนเทนต์เชิงลึก อธิบายรายละเอียดได้ครบถ้วน สามารถสร้างความน่าเชื่อถือ ให้ธุรกิจผ่านวิดีโอคุณภาพ และตัวคอนเทนต์มีอายุยืนยาว สามารถถูกค้นหาได้ผ่าน Google ส่งผลให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน ผ่านการแนะนำของ YouTube Algorithm

5.LinkedIn

แพลตฟอร์มที่เน้นเครือข่ายระดับมืออาชีพ เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ สร้างตัวตนในกลุ่มตลาดด้วยการสร้างธุรกิจผ่าน Company Page, Thought Leadership Content, Articles เพื่อเชื่อมต่อกับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ โดยผู้ใช้ LinkedIn ส่วนใหญ่มักมีกำลังซื้อสูง

จุดเด่น

เหมาะสำหรับ B2B Marketing การสร้างธุรกิจธุรกิจ ด้วยการใช้ LinkedIn Ads เพื่อโปรโมตสินค้าบริการให้กับมืออาชีพ  สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามตำแหน่งงาน ตัวธุรกิจ และขนาดของธุรกิจ แถมยังเหมาะสำหรับการหาพนักงาน ตลอดจนเครือข่ายธุรกิจอีกด้วย

6.Twitter (X)

แพลตฟอร์มที่โดดเด่นด้านการกระจายข้อมูลข่าวสาร สร้างกระแสไวรัล ได้รวดเร็วที่สุดในยุคนี้ เหมาะสำหรับการทำ Social Media Marketing (SMM) ที่ต้องการสร้างการรับรู้แบบเร่งด่วน ทำให้สินค้าและบริการถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ได้ง่ายดาย ด้วยจำนวนผู้ใช้แพลตฟอร์มที่ไม่น้อยไปกว่าแหล่งอื่น ๆ โดยที่กลุ่มคนส่วนใหญ่มักเป็นวัยรุ่นและวัยทำงาน

จุดเด่น

เข้าถึงกระแสไวรัลได้เร็วด้วยระบบ #แฮชแท็ก ที่ช่วยให้ธุรกิจเข้าร่วมเทรนด์ที่กำลังมาแรง เหมาะสำหรับการตลาดแบบเรียลไทม์ เหมาะสำหรับ ข่าวสาร, Trendy และ Event ที่ต้องการสร้าง Engagement ทันที และยังมี Twitter Ads (X Ads) เครื่องมือที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงและสร้างกระแสให้กับธุรกิจ

7.Line OA

ช่องทางที่ธุรกิจสามารถใช้สื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง เหมาะสำหรับการทำ CRM (Customer Relationship Management) โดยสามารถส่งข้อความบรอดแคสต์ แจ้งข่าวสาร โปรโมชัน หรือสินค้ามาใหม่ได้ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่า แชทบอท เพื่อให้บริการลูกค้าแบบอัตโนมัติ และใช้ LINE Ads Platform ในการโปรโมตสินค้าและบริการเพื่อเพิ่มการเข้าถึงได้อีกด้วย

จุดเด่น

ช่องทางหลักในการสื่อสารของคนไทยด้วยจำนวนผู้ใช้ที่สูงมาก LINE จึงเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายที่สุด เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการสื่อสารกับลูกค้าแบบใกล้ชิด มีระบบรองรับการขายสินค้า ผ่าน LINE MyShop ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถขายของออนไลน์ได้สะดวกมากขึ้น และมีเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพ เช่น การตั้งค่าบอทตอบกลับอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มโอกาสปิดการขาย

8.Blockdit

แพลตฟอร์มที่โดดเด่นด้านคอนเทนต์เชิงสาระและคุณภาพ ทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม เพราะมีประโยชน์ในการเสริมภาพลักษณ์ของธุรกิจ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจได้

จุดเด่น

เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการให้ความรู้ เช่น ธุรกิจด้าน การเงิน การลงทุน และเทคโนโลยี หรือสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้าและบริการให้กับกลุ่มเป้าหมาย โดยตัวแพลตฟอร์มมีระบบการกระจายเนื้อหามากคุณภาพ ช่วยให้โพสต์เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่สนใจได้โดยตรง และยังสามารถสร้างรายได้จากเนื้อหา ผ่านระบบสนับสนุนจากผู้อ่าน ทำให้ Creator และธุรกิจมีโอกาสสร้างรายได้เสริม

ขั้นตอนการทำ Social Media Marketing อย่างมีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนการทำ Social Media Marketing อย่างมีประสิทธิภาพ

การทำ Social Media Marketing (SMM) ให้ประสบความสำเร็จ ต้องมีการวางแผนที่ดี และดำเนินการเป็นระบบ ซึ่งต่อไปนี้คือ 7 ขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถทำ SMM ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.กำหนดเป้าหมาย

ก่อนเริ่มทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ผู้ประกอบการควร Set Goals ให้ตรงตามความต้องการให้ชัดเจน ซึ่งเป้าหมายที่ทางธุรกิจควรคำนึงถึงนั้นเริ่มได้ตั้งแต่ ต้องการเพิ่มการรับรู้ธุรกิจ (Brand Awareness) ต้องการเพิ่มยอดขาย (Sales Growth) ต้องการดึงดูดลูกค้าใหม่ ๆ (Lead Generation) หรือการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Engagement) รวมไปถึงเพิ่มทราฟฟิกเว็บไซต์ (Website Traffic) ส่งคนจาก Social Media ไปยังเว็บไซต์ เป็นต้น

2.ศึกษาและวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย

การเข้าใจกลุ่มเป้าหมายคือ หลักการสำคัญของการทำการตลาดโซเซียลมีเดียที่มีประสิทธิภาพ ทางธุรกิจควรวิเคราะห์ข้อมูล เช่น อายุ เพศ อาชีพ พฤติกรรมการใช้งาน ประเภทคอนเทนต์ที่สนใจ ปัญหาที่พบจากกลุ่มลูกค้า เป็นต้น โดยสามารถใช้เครื่องมือ Facebook Audience Insights, Google Analytics, Social Media Analytics เพื่อช่วยให้ธุรกิจวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ยิ่งรู้จักลูกค้าแม่นยำเท่าไร ก็ยิ่งวางกลยุทธ์การตลาดได้ตรงจุด และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะสม

แม้ว่าแพลตฟอร์มสำหรับการทำการตลาดโซเซียลมีเดียจะมีหลายช่องทาง แต่ธุรกิจไม่จำเป็นต้องใช้ทุกช่องทาง การเลือกเพียง 2-3 แพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับธุรกิจ เช่น Facebook เหมาะสำหรับธุรกิจหลายประเภท โดยเฉพาะธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ (Brand Awareness) การสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า (Engagement), Instagram เหมาะกับสินค้าแฟชั่น ความงาม ไลฟ์สไตล์, TikTok เหมาะกับคอนเทนต์ไวรัลกลุ่มวัยรุ่น, YouTube เหมาะกับวิดีโอรีวิว เนื้อหาเชิงลึก, LinkedIn เหมาะกับธุรกิจ B2B เครือข่ายมืออาชีพ ส่วน Twitter (X) เหมาะกับข่าวสารและการตลาดเรียลไทม์

4.วางกลยุทธ์คอนเทนต์

การทำการตลาดผ่านโซเซียลมีเดีย ไม่ใช่แค่โพสต์คอนเทนต์ไปเรื่อย ๆ แต่ต้องมีกลยุทธ์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์ให้ความรู้ (Educational Content) บทความ เคล็ดลับ วิธีใช้สินค้า, คอนเทนต์สร้างแรงบันดาลใจ (Inspirational Content) รีวิวจากลูกค้า คำคม สตอรี่ของธุรกิจ คอนเทนต์เพื่อความบันเทิง (Entertainment Content)  มีม, ไวรัลวีดีโอ, ชาเลนจ์ หรือจะใช้สูตร 80/20 (80% เนื้อหาที่ให้คุณค่า + 20% เนื้อหาขายของ) เพื่อไม่ให้ดูเป็นการขายตรงมากเกินไปก็ได้เช่นกัน

5.สร้างและโพสต์คอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ

ความสม่ำเสมอเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกลยุทธ์การตลาดประเภทนี้ โดยตัวธุรกิจควรมีตารางการวางแผนคอนเทนต์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางแผนเผยแพร่โพสต์อย่างต่อเนื่อง เช่น Facebook & Instagram: โพสต์ 3-5 ครั้ง/สัปดาห์, TikTok & Twitter: โพสต์ทุกวันเพื่อเพิ่ม Engagement และ LinkedIn: โพสต์ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ โดยทางธุรกิจสามารถใช้เครื่องมือ Meta Business Suite, Hootsuite, Buffer เพื่อช่วยวางแผนโพสต์ล่วงหน้าได้

6.ใช้โฆษณา Social Media

วิธีที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่ต้องรอให้ผู้ใช้มาค้นหาคุณเอง การโฆษณาแบบเสียเงิน (Paid Ads) จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มการมองเห็นของธุรกิจ ทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น เพิ่ม Engagement ดึงดูดให้คนกดไลก์ แชร์ หรือคอมเมนต์มากขึ้น สามารถกระตุ้นยอดขาย ด้วยการยิงแอดตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มซื้อสูง
และสามารถกำหนด Targeting & Retargeting ได้แม่นยำ โดยผู้ประกอบการสามารถทดลองโฆษณาแบบ A/B Testing เพื่อดูว่าโฆษณาแบบไหนได้ผลดีที่สุด

7.ติดตามและวัดผล

การติดตามวัดผลเป็นกระบวนการหลักของการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดีย เพราะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ได้จากเครื่องมือวิเคราะห์ผลอย่าง Facebook Insights, Instagram Analytics ซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับยอด Engagement (ไลก์, คอมเมนต์, แชร์) พร้อมทั้งยังแสดงผล Conversion (ยอดขายหรือการสมัครสมาชิก) ส่วนของ Google Analytics ใช้เพื่อติดตามทราฟฟิกที่มาจากโซเชียลมีเดียไปยังเว็บไซต์ ในขณะที่ TikTok, YouTube Analytics จะวิเคราะห์จำนวนวิว ระยะเวลาการรับชม  อัตราการมีส่วนร่วมของผู้ชม เป็นต้น

Social Media Marketing (SMM) คือ กลยุทธ์การตลาดที่ใช้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Instagram, TikTok, YouTube เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ กระตุ้นยอดขาย และสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง ผ่านการโพสต์คอนเทนต์, โฆษณาแบบเสียเงิน (Paid Ads), การใช้ Influencer Marketing, Social Commerce เป็นต้น ข้อได้เปรียบของกลยุทธ์การตลาดนี้จะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง สร้างความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจ พร้อมทั้งยังมีระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ช่วยปรับกลยุทธ์ให้มีประสิทธิภาพ ที่สำคัญยังเป็นช่องทางที่คุ้มค่าเมื่อเทียบกับการตลาดแบบดั้งเดิม ดังนั้น ธุรกิจที่ต้องการเติบโตในยุคดิจิทัลไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

Cotactic ซึ่งเป็นบริษัท Digital Agency เชี่ยวชาญในการพัฒนาและดำเนินการกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่ครบวงจร พร้อมช่วยธุรกิจของคุณสร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ Cotactic จะออกแบบแผนการตลาดที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้โฆษณาแบบเสียเงิน การจัดการคอนเทนต์ หรือการเลือกใช้ช่องทางต่างๆ ให้เหมาะสมที่สุด เราพร้อมที่จะช่วยเพิ่มการรับรู้แบรนด์ กระตุ้นยอดขาย และสร้างการเชื่อมโยงที่มีประสิทธิภาพกับกลุ่มลูกค้าของคุณ

Source

บทความที่เกี่ยวข้อง

PEST Analysis

PEST Analysis คืออะไร? เครื่องมือในการวิเคราะห์ธุรกิจ

Net promoter score

Net Promoter Score (NPS) คืออะไร? ตัวชี้วัดความพึงพอใจที่ธุรกิจต้องรู้

ต้องการหาทีม DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการหาทีม
DIGITAL MARKETING
เพื่อชิงการเป็นเจ้าตลาด อยู่หรือไม่ ?

ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้

ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้ ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้ ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้ ต้องการทีมช่วยทำ Digital Marketing และสร้าง Real-Time Dashboard สำหรับแคมเปญของคุณหรือไม่? เริ่มเลยวันนี้